[Fiction] Prisoner of Love [03]

posted on 14 Jun 2008 13:09 by evencyeve  in LF-Prisoner-of-Love

Title :
Prisoner of Love
Author : Evencyeve
Couple : Yunho X JaeJoong / Yuchun X Junsu / Changmin X Yuhwan

** ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่เราตั้งใจเขียนมาก เขียนด้วยใจจริงๆ หากพบเจอว่าผู้ใดกระทำการล่วงละเมิดโดยก็อปปี้หรือดัดแปลงเอาไปลงที่เว็บอื่นใดโดยไม่ได้รับอนุญาต เราจะจัดการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน! [โหมดโฉดและเอาจริง!]


[03]


พรหมลิขิต...โชคชะตา...

หรือว่าทั้งสองสิ่งที่นำพาให้ความใกล้ชิดสนิทสนมบังเกิดขึ้นเร็วพลันอย่างไม่ทันตั้งตัว หรืออาจเพราะความจงใจที่ชักนำให้ปาร์คยูชอนเดินเข้าไปผูกเกี่ยวสัมพันธไมตรีกับเจ้าของรอยยิ้มหวานจับตาได้อย่างสนิทใจโดยไม่มีความเหินห่างเข้ามาคั่นกลางระหว่างความรู้สึก...


ไม่มีแม้ความหวาดระแวงใดที่เคยได้พานพบ เข้ามาปะปนอยู่ในแววตาคู่นี้เลยสักนิด...


คุณอายุเท่าไหร่แล้วนะฮะยูชอน? เสียงหวานใสเอ่ยถาม ทำให้ร่างสูงใหญ่ถึงกับสำลักกาแฟพรืด กระพริบตาถี่ๆด้วยความสงสัย

ถามทำไม? กลัวฉันจะมาหลอกเด็กหรือ?

เปล๊า...ก็แค่อยากรู้ จุนซูส่งเสียงปฏิเสธขึ้นจมูก จิบนมอุ่นกลืนผ่านลงคอช้าๆ ดวงตาเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะวาดรอยยิ้มตอบ

ยิ้มอะไร? หน้าฉันมีอะไรติดอย่างนั้นหรือ?

มี......มีรอยตีนกาเพียบเลย พูดจบก็หัวเราะเสียงดังลั่น ก่อนจะหันมาพูดย้ำความต้องการอีกที ผมอยากรู้จริงๆนะว่าคุณอายุเท่าไหร่?

อายุเป็นเพียงตัวเลข... ยูชอนยังทำเฉไฉ บ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลที่ใครต่อใครก็มักจะยกมาอ้าง

แก่ล่ะสิ ถึงไม่กล้าพูด เพราะอายใช่มั้ยล่ะ

อายเอยอะไรกัน อายุแค่ยี่สิบแปดเอง ไม่เห็นจะต้องอา... เผลอตัวบอกออกไปจนได้ ร่างสูงจึงได้แต่กุมขมับ โคลงศีรษะส่ายไปมาเพราะจนใจกับมุขหลอกถามของคนช่างพูด ริมฝีปากสีจัดยิ้มออกมาได้ไม่ยากเมื่อกลีบปากบางแดงนั้นหัวเราะร่าชอบอกชอบใจที่หลอกล่อให้ยอมรับได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงคาดคั้น

ความถูกชะตาทำให้คนสองคนนั่งพูดคุยเล่าเรื่องต่างๆนานาที่เคยพานพบมาในชีวิตให้กันฟัง ม้านั่งแคบๆตัวหนึ่งกลางสวนสาธารณะในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดไม่มีรถราวิ่งวุ่นผ่านไปมา กลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศการพูดคุยเหงาซึมลงไปด้วย จุนซูกัดเบอเกอร์คำโตที่ซื้อออกมาจากร้านสะดวกซื้อสลับกับการจิบนมอุ่นแล้วก็พูดนั่นเล่านี่ไม่หยุดปาก โดยมีร่างสูงโปร่งนั่งดื่มกาแฟแก้ง่วงเหงาหาวนอนฟังเสียงเจื้อยแจ้วของคนช่างพูดช่างเจรจาตาไม่กระพริบ

ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในหัวใจ ปัดเป่าเอาความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนเมื่อเปลือกตาบางเริ่มขยับปริบปรือ วาจาช่างพูดก็ดูง่วงงุน ยูชอนจึงใช้มือใหญ่วาดโอบรั้งให้ศีรษะเล็กเอนลงมาพิงกับไหล่กว้าง

นอนพิงฉันก็ได้นะ

อือออ...ไม่เอาดีกว่า จุนซูปฏิเสธ ทำให้คนฟังสีหน้าเจื่อนลง หากมือบางกลับตบลงที่หน้าตักหนาของร่างสูง พิงไหล่มันปวดคอ คุณจะว่าอะไรมั้ย...ถ้าผมจะขอนอนตักคุณน่ะ

ยูชอนยิ้มแทนคำตอบ พยักหน้าเบาๆ
เอาสิ...จะนอนถึงเช้าเลยก็ได้ ฉันไม่ถือหรอกพอตอบตกลง จุนซูก็ทิ้งศีรษะลงหนุนตักชายหนุ่มอย่างไม่รีรอ ความง่วงงุนทำให้เปลือกตาบางปิดลงได้ไม่ยาก ใบหน้าเยาว์วัยอ่อนใสเหมือนเด็กทำให้ยูชอนเผลอยิ้มตามด้วยความเอ็นดู มือใหญ่โลมลูบกลุ่มผมสีอ่อนเบาๆอย่างทะนุถนอม


คือความรู้สึกปะหลาดที่ปาร์คยูชอนเพิ่งเคยพบเจอ...เป็นครั้งแรก...


- - - - - - - - - - - - - - - - - - 


ลมหายใจรวยรินระบายผ่านปลายจมูกโด่งเรียวด้วยความอ่อนแรง ความเจ็บปวดในกายทำให้ร่างบอบบางไม่สามารถขยับเขยื้อนไหวพลิกตัวไปมาได้สะดวก แจจุงจึงได้แต่นอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา กอดกระชับผิวกายเปลือยเปล่าที่ร้อนรุ่มเอาไว้ หากมือเท้ากลับสั่นสะท้านราวกับร่างกายถูกกระแสไฟเร็วแรงวิ่งผ่านอยู่เป็นระรอก ดวงตาคู่โตที่เคยมองภาพกว้างเต็มขยับปริบปรือคล้ายไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเปิดเปลือกตาบาง กัดริมฝีปากสีจัดเอาไว้แน่นทั้งที่พะอืดพะอมคลื่นไส้จะอาเจียนเสียเต็มกลืน 

ย...ยุนโฮ...ผม...ขอโทษ...ปล่อยผมไปเถอะ... สติเลื่อนลอยทำให้กลีบปากอิ่มขยับเอ่ยประโยควอนขอคุ้นปาก น่าเสียดายที่หัวใจแข็งกระด้างของยุนโฮไม่เคยยินดีที่จะมอบความปราณีตอบ ไม่เคยมอบให้แม้แต่เศษเสี้ยวของความเมตตาในฐานะมนุษย์ด้วยซ้ำ!

คุณแจจุงคะ...คุณ.. แม่บ้านร่างใหญ่ใช้หลังมือแตะลงที่หน้าผากเนียน แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะอุณหภูมิในร่างกายที่วิ่งผ่านผิวนั้นแทบเผาเนื้อให้ปวดแสบปวดร้อนตาม ไข้ขึ้นสูงเชียว

ด้วยความที่ใบหน้าหวานซีดสั่นไม่มีสี จึงทำให้หญิงวัยกลางคนรีบกุลีกุจอยกชามใส่น้ำอุ่นเข้ามาในห้อง จุ่มผ้าชุบน้ำทั้งผืน เช็ดเบาๆที่ผิวเนื้อบอบบาง โชคยังดีที่เจ้าของบ้านออกไปทำงานที่บริษัทตั้งแต่เช้า ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเห็นสภาพความทุกข์ทรมานของคนป่วยและดูแลให้ได้เช็ดตัว กินยาแบบนี้ นึกสงสารอยู่จับใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หากล้ำเส้นของหน้าที่นอกเหนือคำสั่งของผู้เป็นนายเมื่อไหร่ อย่าว่าแต่เธอที่จะต้องระเห็จออกจากบ้านหลังนี้ไปเลย แม้แต่คิมแจจุงเอง เธอก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะนึกถึงสภาพของเรือนกายบอบบางนี้ ว่าจะบอบช้ำทรมานถึงเพียงใด
!


ถ้าชองยุนโฮโหดร้ายพอจะทำลายคนทั้งคนให้เจ็บปวดเหมือนตายทั้งเป็นได้...หัวใจดวงนั้นก็โหดเหี้ยมพอจะฆ่าคนให้ตายอย่างไร้ความปราณีได้เช่นกัน
!


เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แจจุงเสร็จ เธอก็ออกมาจากห้อง ปิดประตูอย่างเงียบเชียบให้คนป่วยได้หลับสบาย หากเมื่อก้าวขาลงมาจากบันไดบ้านที่สูงตระหง่าน ดวงตากลับแลไปสบที่ใบหน้าเยาว์วัยสดใส เธอจำได้ทันที จำเจ้าของรอยยิ้มอ่อนหวานน่ารักที่แย้มกลีบปากบางแดงให้เมื่อแรกพบไม่กี่วันมานี้ได้ จำได้ดีว่าเด็กหนุ่มที่ว่านี้ เคยมาขอพบแจจุงในฐานะอะไร.....จำได้แม่นยำเลยทีเดียวว่า คิมจุนซู คือน้องชายของแจจุง
!

ผมมาหาพี่แจจุง...ไม่ทราบว่าอยู่รึเปล่าครับ หรือว่าออกไปข้านอก

อยู่ค่ะ เมื่อได้ฟังคำตอบ จุนซูก็คลี่ยิ้มใสในทันที แต่ฉันคงตามลงมาพบให้ไม่ได้ เพราะเธอไม่สบาย

ไม่สบาย? เรียวคิ้วขมวดมุ่นทวนถามด้วยความกังวล เป็นอะไรมากมั้ยครับ? แล้วถ้าผมจะขอขึ้นไป..

ฉันอยากให้คุณไปดูแล แต่คง...ไม่ได้ เสียงสั่นเครือสะดุดไป เธอเป็นไข้ แค่เช็ดตัวแล้วทานยาก็คงหาย ไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะ

แต่เขาเป็นพี่ชายผม จุนซูย้ำชัดในเหตุผลที่เป็นจริงอย่างที่สุด ดวงตาร้อนรนหากเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยสุดแสนทำให้ประโยคตัดบทที่เอื้อนเอ่ยไปเมื่อครู่ดูไร้น้ำหนักลงไปทันที ความสงสารจับใจประกอบรวมกับความห่วงใยที่มากล้นในแววตาคู่นั้น ทำให้เธอยอมเดินนำเด็กหนุ่มขึ้นมาที่ห้องนอนกว้าง 

ฉันจะลงไปทำข้าวต้มมาให้ ฝากคุณช่วยดูแลเธอซักพักนะคะ

ครับ จุนซูตอบรับคำแผ่วเบา เพราะลำคอที่แห้งผากจุกเจ็บไปด้วยความเวทนาสงสาร ภาพตรงหน้าที่เห็นคือร่างหอบโรยของพี่ชายที่ถ้าพิจารณาดีๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเมื่อสองวันก่อนที่พบเจอนัก หากครั้งนื้แจจุงไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะลืมตาอ้าปากขึ้นมากล่าวบทสนทนาเฉกเช่นที่เคยทำ มือบางเอื้อมไปแตะสัมผัสบนหน้าผากเนียน ความร้อนกรุ่นจากร่างกายที่ปะทุผ่านทำให้น้ำตารื้นไม่รู้ตัว 


นี่เขามัวทำอะไรอยู่?....ทำไมถึงได้ปล่อยให้วันเวลามันเดินผ่านโดยไม่คิดจะหาหนทางปัดเป่าเอาความเศร้าหมองนี้ออกไป?

ทำไมแจจุงถึงมีสภาพแบบนี้?


มือขาวบีบกระชับเข้ากับปลายนิ้วที่ไม่ไหวติง กดแรงๆเพื่อย้ำถึงสัมผัสอบอุ่นของมนุษย์ให้แจจุงได้รับรู้ว่า...ยังมีคนอยู่เคียงข้างเสมอ เด็กหนุ่มปาดน้ำตาที่อาบรื้นลงมาบนผิวแก้มออก หากเมื่อก้มลงไล่สายตามองตามผิวกายบอบบางของพี่ชาย แรงสะอื้นสั่นก็สะดุดหยุดทันทีที่ดวงตาวาวแลสบเข้ากับรอยแผลช้ำม่วงตั้งแต่ลำคอผ่องเลื่อนเรื่อยลงมาจนถึงแผงอกขาวกระจ่าง เรียวปากบางเม้มแน่น กดมืออีกข้างที่ไม่ได้กอบกุมมืออุ่นจิกเล็บฝังลงไปบนเนื้อ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อขาวสะอาดของคนป่วยออก จุนซูสะท้านสั่นเสียจนหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อร่องรอยบาดแผลที่ระบายแต้มผิวขาวมีอยู่เต็มทั่วบนเรือนร่างของแจจุง
! เล็บคมจิกแน่นลงไปอีก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ เหมือนถูกกระแทกด้วยค้อนปอนด์ตอกซ้ำร่างทั้งร่างจนแหลกยับไม่เป็นชิ้น ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้แจจุงต้องมีสภาพแบบนี้ จุนซูสาบาน....เขาต้องเอาคืนด้วยชีวิต!

ไม่ช้าไม่นานแม่บ้านร่างใหญ่ก็ยกถาดข้าวต้มร้อนๆเข้ามาในห้อง หากยังไม่ทันที่เธอจะก้าวข้ามพ้นบานประตูออกไป เด็กหนุ่มก็เอ่ยถามประโยคที่กระตุกแววตาเรียวรีคู่นั้นให้ทอดแสงอ่อนลง

ผมอยากพบคุณยุนโฮ

เธออยู่ที่บริษัทค่ะ อีกนานคงจะกลับ เสียงตอบเรียบเรื่อย ประดับพร้อมรอยยิ้มอย่างมีมารยาท แต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก

ผมอยากพาพี่แจจุงไปอยู่ด้วย เขาจะขัดข้องมั้ยครับ?

คุณถามเธอเองจะดีกว่านะคะ ฉันเป็นแค่แม่บ้าน ไม่มีสิทธิ์จะเดาการตัดสินใจของเจ้านาย หรือว่าคุณจะอยู่รอพบจนกว่าเธอกลับมา?

ผม...อยากทราบที่อยู่ของบริษัทครับ แววตาเรียวเปี่ยมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ใช่...ถ้าสงสัย จุนซูจะต้องหาเหตุของความสงสัยด้วยตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะแน่ใจได้เท่ากับการถามเอาจากปากของเจ้าตัว


ไม่มีเหตุผลใดที่คนอื่นจะตอบได้ดีไปกว่าเหตุผลของชองยุนโฮ
!

รอก่อนนะ...รอผมก่อนพี่แจจุง...



เด็กหนุ่มรีบผลุนผลันออกจากบ้านไปทันที จุดมุ่งหมายที่อารมณ์กำหนดให้พาไปคือออฟฟิศใหญ่ของบริษัท ความร้อนอกร้อนใจเต็มตื้นไปหมด จุนซูพาร่างอันบอบบางก้าวผ่านพนักงานเข้ามาจนมาหยุดยืนที่หน้าห้องประธานบริษัท นิ้วมือบีบกำเกร็งแน่นด้วยความโกรธ หากยังไม่ทันได้เปิดประตูพลวดพลาดเข้าไปในห้องทำงานของยุนโฮ เสียงใสแจ๋วของเลขาสาวก็เอ่ยห้ามขัดจังหวะการก้าวเดินเข้าเสียก่อน

เข้าไปไม่ได้นะคะ! ท่านประธานกำลังมีแขก ไม่ทราบว่าคุณนัดไว้รึเปล่า?

เปล่าครับ น้ำเสียงที่กัดกรามข่มลงด้วยความยากลำบากเอ่ยตอบ จุนซูไม่ได้โง่ ไม่โง่พอที่จะเอาอารมณ์มาตัดสิน สติ...เด็กหนุ่มท่องจำเอาไว้ตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่เหยียบเดินออกมาจากบ้านตระกูลชอง จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการถอยเพื่อตั้งหลัก เขารอได้....รอที่จะต้องเผชิญหน้าเพื่อพบกับเหตุผลและความเป็นจริงจากปากของยุนโฮได้!

ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกชื่อไว้หน่อยจะได้มั้ยคะ? เดี๋ยวดิฉันจะเรียนท่านประธานให้

จุนซู....คิม จุน ซู ครับ

นั่งรอที่ห้องรับแขกทางซ้ายมือก่อนนะคะ ตอนนี้ท่านประธานยังไม่ว่าง หญิงสาวผายมือออกไปทางห้องกระจกทางซ้ายสุดที่มีโซฟาตัวนุ่มจัดไว้รองรับ จุนซูก็ยอมข่มอารมณ์เดินตามไปนั่งโดยดี 

บาดแผลที่เกิดขึ้นบนร่างกายของแจจุง นานเท่าไหร่แล้วนะที่พี่ชายของเขาต้องอดทนเก็บกลืนมันเอาไว้ในใจ กี่ปีแล้วที่แจจุงต้องเป็นที่ระบายความใคร่และตัณหา ความทุกข์ทรมานที่คนหนึ่งคนต้องเผชิญมันเพียงลำพัง จุนซูไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคาดเดาจะเป็นจริง ไม่อยากจะนับวันเวลาที่ล่วงผ่านมาพร้อมกับความเจ็บปวดนั้น ไม่อยากจะต้องรับรู้จากปากของยุนโฮว่าคนที่ให้ความเวทนาอาทร จะเหยียบย่ำคนอ่อนแอต้อยต่ำกว่าเสียเอง



ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในเชิงนั้น...จุนซูฉลาดพอจะเข้าใจ...



ถ้าการคาดเดาของเขาไม่ผิด

ชองยุนโฮนั่นแหละคือคนที่ผิดเต็มประตู
!!



- - - 



เพ้อถึงเด็กเสิร์ฟ? แกจะบ้ารึเปล่า!” 

ปกติดีทุกประการครับท่านประธาน เสียงทุ้มนุ่มรับคำด้วยรอยยิ้ม ตวัดวาดสายตามองออกไปนอกกระจก ปาร์คยูชอนดูจะเป็นคนอารมณ์ดีเกินเหตุ สังเกตจากหน้าตาระรื่นบานที่ยุนโฮไม่เคยได้พบเจอมาก่อนตลอดสิบกว่าปีที่คบกันเป็นเพื่อน

เด็กที่ไหน?

ที่ผับที่แกนัดฉันคราวก่อนไง บอกตามตรง...ฉันเพิ่งเคยเจอคนแบบนี้ในโลก แกรู้มั้ย...ขนาดตีสามแล้วเรายังมานั่งคุยกันโดยที่ไม่มีง่วงนอนซักนิด พูดเก่งเป็นบ้าเลย

ก็คงจะบ้าจริง คนแปลกหน้าไม่รู้จักกันแท้ๆยังนั่งคุยด้วยได้ยุนโฮแดกดัน แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยเป็นปรกติ มองดูรอยยิ้มที่ผุดอยู่บนริมฝีปากอิ่มนั้นด้วยปลายสายตา หัวใจกระตุบวาบเหมือนถูกดึง ลางสังหรณ์อะไรกันที่นำพาให้ความเป็นกังวลบังเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

บ่ายกว่าแล้วหรือเนี่ย ฉันไปก่อนละกัน นัดลูกค้าไว้บ่ายสอง ไปไม่ทันเดี๋ยวจะยุ่ง คนฟังไม่ตอบ ยังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารมากมายบนโต๊ะ ยูชอนจึงถือเอาว่านั่นเป็นคำบอกลา ชายหนุ่มเปิดประตูเดินออกมาจากห้อง ไม่ทันสังเกตเจ้าของเรือนร่างบางที่นั่งอยู่อีกฟากฝั่งของห้องกระจก ทว่าคิมจุนซูกลับจำรอยยิ้มอุ่นละไมบนริมฝีปากอิ่มแดงนั้นได้ติดตา


ปาร์คยูชอน...

คุณมาทำอะไรที่นี่กัน?



ท่านประธานคะ...มีคนมาขอพบ ดิฉันให้เขารออยู่ข้างนอก ไม่ทราบว่า...

ก็เข้ามาสิ ตอบเสียงเรียบ ทั้งที่ตายังจดจ่ออยู่กับเอกสารปึกใหญ่ตรงหน้า ไม่ได้ใส่ใจจะปลายสายตามองจุนซูสักนิด เด็กหนุ่มยืนอยู่ได้ไม่นาน ดวงตาคู่คมที่แลดูเฉยชาก็ตวัดขึ้นสบประสานตอบ จุนซูตัวสั่นเกร็งเพราะอาการสะกดกั้นอารมณ์โทสะเอาไว้ในอก แววตาเย็นเยียบมองตอบกลับโดยไม่มีเศษเสี้ยวของความหวั่นเกรงแม้สักนิด คล้าย...แต่ไม่เหมือน...ยุนโฮรู้สึกเช่นนั้น ชายหนุ่มรู้สึกคุ้นตากับแววตาแบบเดียวกันนี้ แต่ความแข็งกระด้างที่สื่อผ่าน


แจจุงเทียบคนตรงหน้าเขาไม่ติดเลยแม้แต่ปลายเล็บ...


ผม...คิม จุน ซู น้ำเสียงแนะนำตัวชัดถ้อยชัดคำ อยากจะบอกจุดประสงค์หลักที่มาในวันนี้ใจแทบขาด แต่เจ้าตัวกลับกัดปลายลิ้นเอาไว้แน่น

คิมจุนซู?.....เธอมีธุระอะไรกับฉันงั้นหรือ?

พี่แจจุง... ชื่อที่เอ่ยเรียก กับสรรพนามนำหน้าทำให้เรียวคิ้วเข้มคมขมวดปมเข้าหากัน นอกจากเขาและคนในบ้านแล้ว ยังจะมีใครที่รู้จักแจจุงได้อีก ผมมาขอพี่ชายของผมคืน

ยุนโฮตาสั่นระริกด้วยความตกใจ แต่ก็ยังข่มอาการไว้ด้วยเสียงหัวเราะบาดลึกในลำคอ รอยยิ้มบนมุมปากที่ฉาบไว้บางๆอย่างแนบเนียนทำให้จุนซูตาลุกวาวด้วยความโกรธ สงครามประสาทก่อตัวขึ้นในห้องกว้างที่ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการคุมเกม แม้ไม่ต้องมีคำพูดใดมาขยายเหตุผล คนฉลาดที่คาดเดาเอาความจริงจากแววตาก็รู้ชัดถึงสิ่งที่คู่สนทนาต้องการจะสื่อ

เธอเป็นใคร...มีสิทธิ์อะไรในตัวแจจุงอย่างนั้นหรือ? รอยยิ้มร้ายกาจที่วาดระบายบนใบหน้า ประกอบรับกับแววตาท้าทายแม้จะรู้คำตอบชัดแจ้งอยู่แล้ว ทำให้จุนซูนึกอยากจะจับร่างทั้งร่างของยุนโฮฉีกกระชากเป็นชิ้นๆแล้วเหยียบซ้ำ แต่ที่ทำได้ก็เพียงแค่สะกดเสียงเอาไว้ไม่ให้สั่น

สิทธิ์ในสายเลือดที่คุณไม่มี ถ้าคุณไม่ต้องการเขา คืนเขามาให้ผม พี่แจจุงต้องอยู่กับผม!” ยุนโฮเค้นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ เขาไม่อยากจะนึกถามหรอกว่าทำไมเด็กหนุ่มที่อายุอานามน้อยกว่าเขามากถึงได้กล้าออกปากออกประโยคท้าทายถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะนึกถามเลยสักนิดว่าคิมจุนซูรู้และเห็นการกระทำของเขาได้เช่นไร ไม่อยากจะต้องซักไซ้ไล่เลียงถามถึงสิ่งที่เด็กหนุ่มเอ่ยปากตอบ เพราะยุนโฮรู้...รู้นัยยะในคำตอบที่ชัดแจ้งนั้น รู้ว่าแม่ของแจจุงคงไม่ได้มีลูกชายที่ถูกทอดทิ้งเพียงคนเดียว...


น้องชายอย่างนั้นหรือ?.......ตลกสิ้นดี

ไม่คิดไม่ฝันว่าอึนซองจะยังสร้างกงล้อแห่งโชคชะตาไม่จบไม่สิ้น ในเมื่อทุกอย่างมันพร้อมจะหมุนตาม...




ยุนโฮจะเป็นคนผลักมันให้วิ่งไปตกเหวเอง
!!



มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือจุนซู แม่เธอทิ้งเขาไปแล้วนี่ ตอนนี้จะให้เธอกลับมาทวงคืนทั้งที่ไม่เคยเสียอะไรเลยแม้แต่แดงเดียว อย่างนี้ฉันก็ขาดทุนสิ

"
เลว!” ถ้อยคำสบถด่าไม่ดังไม่เบา แต่หนักแน่น อัดเต็มไปด้วยอารมณ์โทสะ จุนซูบีบมือที่สั่นเทาเอาไว้ กัดริมฝีปากจนห้อช้ำไปด้วยเลือด เห็นแก่ตัวอย่างสกปรกที่สุด!!”

ถ้าฉันเห็นแก่ตัว คิมอึนซองก็ไม่ได้สกปรกน้อยไปกว่าฉันซักเท่าไหร่นักหรอก ยุนโฮขบกรามแน่น ถ้าเธอเป็นน้องของแจจุงจริง ไม่ได้เกิดจากพ่อคนละพ่อเพราะความสำส่อนของแม่เธอ ก็ลองใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ในตัวเธอเรียกร้องเอาแจจุงคืนในชั้นศาลสิ ฉันเองก็อยากจะรู้ ว่าเด็กอย่างเธอ....จะมีน้ำยาไปทำอะไรได้

จุนซูตาลุกวาว กดนิ้วฝังปลายเล็บแหลมคมลงบนฝ่ามือ ความเจ็บบนผิวเนื้อคือสิ่งที่เตือนสติให้ข่มเสียงเต้นถี่ระรัวของหัวใจเอาไว้ ไม่เผลอแสดงออกทางสีหน้า เด็กหนุ่มกดยิ้มเย็นเยียบบนริมฝีปาก กดลึกลงไปอีกจนยุนโฮหน้าเสีย ความแปลกใจฉายชัดขึ้นมาในดวงตาคม แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น 

ถ้าพี่แจจุงเจ็บ ผมสาบาน....คุณจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” ไม่ใช่อารมณ์โกรธที่สั่งให้สมองประมวลผลออกมาเป็นประโยคเช่นนั้น แต่จุนซูสาบานแน่วแน่ด้วยความรู้สึกจริงๆที่คับแน่นอยู่ในอก 

แล้วเราจะได้เห็นดีกัน... ยุนโฮตอบเสียงเรียบ แต่เย็นเยือกไปทั้งขั้วหัวใจ ถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางปล่อยแจจุงไปง่ายๆ เขาเคยเจ็บมามากแค่ไหน แจจุงจะต้องได้รับกลับคืนไปอีกหลายเท่า รวมทั้งคิมจุนซูด้วย!

ดวงตาสบประสานกัน ปฏิกิริยาตอบโต้ที่แสดงออกดูไม่หวาดเกรงนัยยะท้ายประโยคนั้นเลยด้วยซ้ำ รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะสาวเท้าไวๆเดินออกไปจากห้อง ทันทีที่พ้นขอบประตู จุนซูกลับสูดลมหายใจเข้าถี่ๆราวกับขาดอากาศในปอดมาเนิ่นนาน ขาเรียวยาวก้าวเดินไปที่ห้องน้ำ ดวงตากร้าวขึ้นด้วยความแค้น เจ็บใจที่ไม่มีไพ่ในกำมือแม้เพียงใบ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานโต แลเห็นเงาความคิดรางๆในหัว 



ใช่
! ถ้าจะทำให้หัวใจเจ็บเหมือนตายทั้งเป็น...

เขาจะต้องทำลายสิ่งที่รักของยุนโฮให้แหลกเป็นเถ้าธุลี.....ไม่เหลือแม้เศษเสี้ยวที่จะต่อกลับคืน
.
.
.
.
.

สาบาน....


 TBC.

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แล้วจุนซูจะทำลายอะไรของยุนล่ะ

ยังไม่เห็นว่ายุนจะแสดงออกมาเลยว่ารักรึว่าชอบใครอ่ะ

สงสารแจจริงๆ

#1 By minnie (58.8.118.9) on 2008-06-14 15:43

โอ้วววววววววววววววววววววววว

อ่านตอนนี้แล้วชอบยูซูมากมายยยยย

ชอบเซียแบบนี้จัง เซี้ยวได้ใจมาก......

ฮาได้อีกคับ ตอนหลอกถามอายุปาร์ค 5555+

สงสารแจจ๋าจัง ดูแจจิตหลุดไปแล้วอ่ะ ไร้ซึ่งวิญญาณ....

ว่าแต่เซียจะทำกับยุนยัไงอ่ะ ในเมื่อยังไม่รู้ว่า...สิ่งที่ยุนรักที่สุดคืออะไร....

ต่อไวๆนะคะ อย่าอ่านมินริกค่ะ

อ่อ....แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ

big smile open-mounthed smile cry

#3 By Ai Shiyorin ^^ on 2008-06-15 15:20

เรื่องเครียดดีจัง ชอบนะ

จะเปงงัยต่อ เดาตอนจบไม่ถูกเลย

ที่น้องเซียว่าหมายถึงตามิกหรือป่าวน้า

รอติดตามตอนต่อไปคร๊าบบบบบบบ

open-mounthed smile

#4 By ♥Loveblabla♥ on 2008-06-16 15:39

เฮอ

ยังมิได้อ่าน แต่ไม่พลาดแน่

เพราะมีเวลาเล่นเน็ตนานๆ แค่วันเสาร์วันเดียว

แต่เสาร์มะกี้ไปเที่ยว

#5 By fuchi (^^) on 2008-06-16 17:51

แต่งดีมากๆเลยค่ะ แต่งต่ออีกเยอะๆนะคะ สัญญาว่าจะรออ่านจนกว่าจะจบเรื่องค่ะ สู้..สู้..นะคะ

#6 By YUMI (125.24.21.175) on 2008-06-18 17:33

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก อ่านจบแล้ว

สุดอ่ะเมะ เข้มข้นมากเนื้อเรื่องเข้มข้นจริงๆ

อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว

แจจุงน่าสงสารที่สุด ยุนโฮนี่.....แต่ก็นะถ้าไม่เป็นแบบนี้ก็ไม่มันส์


ชอบๆ เออ มารับแท็คด้วยนะจ๊ะ

#7 By jo-jung on 2008-06-22 19:41

อ่านแล้วได้อารมณ์จิงๆๆ หนุกดี มาแต่งต่อน้า จะรออ่าน

#8 By bobo on 2008-06-24 14:28

แต่งได้สนุกมากๆเลย

ใช้คำดีมากๆเข้าจัยง่ารย

ชอบเรื่องนี้มากๆเลย อย่าลืมมาอัพบ่อยๆนะคะ

รออยู่....UP! UP!big smile big smile big smile big smile

#9 By Stranger (125.24.189.211) on 2008-06-27 18:22

เป็นแม่ยกน้องแจ

แต่ชอบอ่านฟิคที่แจโดนทำร้ายที่ซู้ดดดดด (คนทำต้องเป็นหมีด้วยนะ)

แอบมาโซ กรั่กๆๆ

เป็นกำลังใจให้นะคะ

สู้ๆเนะ

#10 By (118.173.77.99) on 2008-06-27 19:21

อืมนะ

พูดไม่ออก
ต่อไปจะเม้นบรรทัดต่อบรรทัดเลยดีกว่าไหม
อ่านแรกๆ ก็ชอบคู่ปาร์คกับจุนซู คุยกันได้ฮามาก ว่าจะเม้นแซวสักหน่อย อารมณ์หายไปตอนอ่านท้ายๆ ความรู้สึกเครียดเข้ามาแทนที่

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก %^&*!@#$%+_)*&^&^%^&
(เซ็นต์เซอร์ด่าหมียุน)
อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวของเค้าเองนะ ขอใช้คำที่ไม่สุภาพหน่อย เพื่ออรรถรส

รู้อยู่ว่ายุนเจ็บกับการกระทำของแม่แจจุง ใช่ ยุนโดนแย่งความรักไป พอจะเข้าใจยุนอยู่บ้าง (แต่ไม่รู้สีก) แต่ยุนโฮก็เป็นคนที่สมควรจะด่าอยู่นั้นแหละ

แจผิดอะไรคะ?

ถึงมาทำกับคนสวยอย่างนี้ แกๆๆๆๆๆๆ ยุนเป็นถึงประธานบริษัท ไม่แยกเgยะมั่งเลยเลยไงวะ หรือตอนเด็กๆ แจมันข่มแกหรอยะ แจมันใช้แกเป็นคนรับใช้เยี่ยงทาสหรือไง แกถึงฝืนใจแจหลายครั้ง
หรือตอนเด็ก แจปลำยุนหรือคะ ถึงมาเอาคืน//

แจสวย งาม พริ้ม อ๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น่าทะนุถนอม น่ารัก น่ากด น่ากอด เป็นที่สุด คนงาม หนีไปจากยุนเลยไป มีชู้ไปโลด

ยุนเองก็เลวได้ใจเค้ามากๆ จิงๆ เธออาจจะมีจิตใต้สำนึกว่าเป็นคนดีอยู่บ้าง แต่กว่าจะถึงตอนนั้นที่ผู้อ่านได้รับรู้ เค้าคงด่ายุนไปหลายครั้งแล้วล่ะ (ดีไม่ดี อาจจะโดนคนแต่งมาตบกบาลก่อน เพราะเราอยู่ใกล้กัน เฮือกๆๆๆ)

wink

น้องเซีย
นู๋ชา วาจาช่างกล้า แม่ยกโล่ให้เลย ลุคนี้ ชอบบบบบบบบบบบบบบบ


ปล. สงสัยไอ้ตรงใช้สรรพนามว่า เธอ อ่ะ ตอนแรกก็คิดว่าเหมาะกับแจดี แต่กับยุนนี่มันเหม็งๆ อ่ะ

เมื่อไร มินริกจะออกโรงหรอคะ

เลเวลการเม้นต์ของเค้าชักจะหยาบขึ้นทุกวันเเล้ว

#11 By fuchi (^^) on 2008-06-30 17:42

เบะ

เฮ้ยยยยยยยยยย

โรคจิตป่าววะ?? ทำกัน(?)ถึงขั้นเป็นแผลฟกช้ำเชียวเหรอ ระวังนะ เดี๋ยวมันจะบวมภายในวันสองวัน เดี๋ยวไม่สวย(เพิ่งเรียนมาๆ..ฮ่าๆๆๆๆ)




แจจุง..เจ็บมั๊ยลูก เจ็บมากมั๊ย ถ้าเจ็บก็หนีไปไกลๆ อย่าให้เค้าทำร้ายเราอีก



ยุนโฮ...ไอ้เลว!!!


#12 By |[ Sanakujira as NTFC!! ]| on 2008-07-07 19:39