[SF] Can you keep a secret? [03] [TOP-GD]
posted on 05 Oct 2008 12:45 by evencyeve in SF-Can-you-keep-a-secretTitle : Can you keep a secret?
Author : Evencyeve
Pairing : Choi Seunghyun X Kwon Jiyong
Rate : PG-13
Genre : RPS , Angst
Talk : เอาล่ะ ฟ้าหลังฝนผ่านพ้นไปแล้ว แต่...ฟิคเรื่องนี้ก็ยังไม่จบเรื่อง = =! จบตอนเท่านั้นเองค่ะ [มันจะยาวไปไหน นี่ SF นะ / คนอ่านตบตี] จะมีใครยังอ่านต่อมั้ยเนี่ย? เบื่อมั้ย? T^T อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ นี่ตามความสมเหตุสมผล อิโป๊มันทำกับควอนจีได้ มันก็ต้องได้รับผลกรรมของมัน หึหึ *หัวเราะชั่วโฉด อุปสรรคของเรื่องยังไม่จบแค่นี้หรอกค่ะ สุขใจที่ได้ทรมานตัวละคร โฮะๆๆ *อินี่โรคจิต / คนอ่าน ถ้าอยากรู้ก็ต้อง...อ่านตอนต่อไป แสดงความคิดเห็นหรือจะตบตีคนเขียนก็ได้ไม่กัดค่ะ บอกเราไว้หน่อยว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไง ได้อะไรจากฟิคเรื่องนี้ *ได้อะไร? / ไม่เห็นมีสาระตรงไหนนอกจากทรมานตัวละครไปวันๆ = =!
PS. แอบแง้ม....เรื่องนี้มี Special ของเบริด้วยนะ หึหึ *หัวเราะจมูกบานนนนนนนนน..[โปรเจ็คภาระอีกแล้ว = =!!]

[03]
“ยองเบ...ยังไม่นอนอีกหรือ?”
น้ำเสียงแผ่วเบาขาดห้วงไป เมื่อประตูห้องนอนกว้างถูกเปิดออก เจ้าของดวงตารีเรียวทอดประกายสายตามองร่างสูงใหญ่ของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโซฟา ยองเบหันไปตามเสียงเรียกคุ้นหู ใบหน้าเล็กขาวที่ชายหนุ่มเคยเห็นจนชินตา แม้ยามนี้กลับไม่ได้ต่างไปจากเมื่อก่อนหน้าเลยสักนิด จียงยืนนิ่ง ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนล้าคล้ายกับไม่มีเรี่ยวแรงจะจ้องมอง...แต่ก็ไม่อาจละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้ มันบ่งบอกได้แน่ชัดว่า...
เชวซึงฮยอนยังมีตัวตนอยู่เต็มหัวใจ...
“นายกลับเข้าไปนอนเถอะ ฉันจัดการเองได้” ยองเบบอกเสียงเรียบเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสะเทือนใจ จัดการปลดเปลื้องเสื้อคลุมตัวหนาของร่างสูงออก จียงเอาแต่นิ่งมอง ดวงตาแดงก่ำ หากกลับไม่มีน้ำตาแม้สักหยด ยองเบหันกลับมาสบตา...จะยืนมองแล้วอดทนกลั้นน้ำตาเอาไว้ทำไม กลับเข้าไปสิ อย่าทำให้เขาต้องเหนื่อยใจไปมากกว่านี้ได้มั้ย?! “ฉันบอกให้นายกลับเข้าไปนอน ไม่ได้ยินรึไง!” เสียงห้าวเครียดย้ำน้ำหนักลงด้วยความโมโห มันน่าอึดอัดที่ต้องมายืนอยู่ตรงกลางในสถานการณ์แบบนี้
“ให้ฉัน...ช่วย...ได้มั้ย?”
“ไม่ต้อง!” ยองเบปฏิเสธเร็วพลัน เขาอยากให้จียงเข้มแข็ง และทางเดียวที่เจ้าตัวต้องทำก็คือ...ตัดใจ “กลับเข้าไป นายลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันแล้วหรือจียง?”
“ฉันขอร้อง...” ริมฝีปากสั่นระริกเอ่ยวอนขอ ยองเบถอนใจ...มันไม่ง่ายเลยสินะ ควอนจียงดื้อดึง เอาแต่ใจ และเขาเองก็ใจอ่อนเกินกว่าจะห้ามปราม จะให้อดทนมองเห็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาเจ็บช้ำใจได้อย่างไร เสียงระบายลมหายใจด้วยความอึดอัด ยองเบกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอี้ยวกายลุกจากพื้น แม้จะขัดใจที่เห็นดวงตาคู่ใสเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสงสาร...
การห้ามไม่ให้รัก...ไม่ใช่หนทางออกที่คู่ควร...
ทงยองเบตระหนักรู้คำตอบข้อนี้ดีแล้ว...
มือเล็กขาวจับผ้าขนหนูผืนบางชุบน้ำเช็ดไปบนต้นคอแกร่ง กระดุมเสื้อถูกปลดออกให้เผยผิวเนื้อของอกกว้าง หลังจากที่แบกคนตัวสูงเข้ามาในห้องนอนได้ ยองเบก็ถอยกลับออกไปนอนที่ห้องน้อง ปล่อยให้จียงนั่งทอดระบายลมหายใจอยู่กับการดูแลคนไม่ได้สติ สันจมูกโด่งคมสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ดวงตาวาวกร้าวที่เคยจ้องมองกัน ในครานี้ปิดสนิทนิ่ง หลงเหลืออยู่ก็เพียงแต่เสียงลมหายใจที่เคยได้ยินจนชินหู
จียงกลัดกระดุมเสื้อสีอ่อน ทอดสายตามองใบหน้าคมเข้ม มือบางสั่นไหวจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ความกลัวเมื่อครั้งที่ถูกอีกฝ่ายสัมผัสผิวกาย...ยังรู้สึกได้จนถึงตอนนี้ ทว่า...ยามหลับใหล ซึงฮยอนดูอ่อนโยนนัก ไม่มีแม้แต่ความแข็งกร้าวให้ได้เห็น...
“พี่รักผมบ้างไม่ได้หรือ...ซึงฮยอน?” ประโยคแผ่วเบาคล้ายทวนถามกับตัวเอง เบาราวกับเสียงอากาศเอื่อยอ่อนที่พัดผ่าน ความหมายในคำรักที่เจ้าตัวต้องการ...มันมากมายเกินกว่าฐานะของพี่น้องที่อีกฝ่ายหยิบยื่น จียงทรุดกายลงนั่งกับพื้น ซบหน้าลงไปบนเตียง มือเล็กกอดท่อนแขนแกร่งของร่างสูงเอาไว้แน่น กลัวว่าจะหายไปจากจิตสำนึก กลัวว่าจะไม่ได้อยู่เคียงข้าง ถ้าหากคืนนี้เขายังมีโอกาสรัก...
ขอได้มั้ย...
ขอให้ความฝันครั้งนี้ มีแต่ซึงฮยอนเพียงคนเดียว...
ขอให้ได้เป็นฝ่ายถูกรักบ้าง...
แม้จะแค่ในฝันก็ยังดี...
“อย่าทิ้งผมไป อย่าไปไหน...พี่อย่าเกลียดผมนะ ให้ผมรักพี่ได้มั้ย?” เหมือนถูกมีดกรีดซ้ำลงที่หัวใจ น้ำเสียงอ้อนวอนแผ่วเบา หากย้ำชัดให้คนฟังเจ็บไหวไปทั้งร่าง ประโยคสุดท้ายที่น้องเอ่ยก่อนจะจมหายไปกับห้วงนิทรา ทำให้คนเป็นพี่เบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกเจ็บ มันร้าวไปทั้งหัวใจ ร้าวไปหมดทั้งร่างกาย เหมือนตายทั้งเป็น...
จียงเผลอหลับไปทั้งที่ปากยังพร่ำวอน กอดแขนแกร่งซุกหน้าลงรับไออุ่นจากผิวเนื้อ ทว่าร่างกายยังทรุดนั่งอยู่บนพื้น ซึงฮยอนลืมตากว้าง กลั้นแรงสั่นในอกเอาไว้นิ่ง รอยแดงก่ำช้ำในดวงตาทำให้ต้องกระพริบตาถี่ๆ หากกลับไม่มีน้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่คมแม้สักหยด มันเหือดแห้งจางหาย หมดไปตั้งแต่เห็นร่างเล็กสั่นสะท้านไปด้วยแรงสะอื้น เขาไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะร่ำร้อง ไม่มีแม้ความกล้าจะปลุกปลอบ
ทำได้หรือไรกัน...
ในเมื่อคนที่ฆ่าคนรักให้ตายทั้งเป็นก็คือเขา...
คือซึงฮยอนคนนี้เอง...
ร่างสูงพลิกกายลุกขึ้นให้เบาที่สุดเพราะเกรงคนหลับจะตื่น มือใหญ่ลูบลงไปที่ศีรษะเล็ก ปลายนิ้วยาวเรียวสั่นไหว สั่นเหมือนถูกน้ำเย็นยะเยือกสาดลงไปทั้งร่าง มันทั้งชา ทั้งเจ็บ ปวดร้าวจนแทบขาดใจ ซึงฮยอนลุกจากเตียง ใช้สองมือโอบอุ้มเอาร่างเล็กบางขึ้นไว้ในวงแขน อ่อนโยนราวกับกลัวจะแตกสลาย สองแขนแข็งแกร่งวางร่างน้อยลงบนเตียง คุลมผ้าห่มผืนหนาทับร่าง ก่อนจะสอดกายลงนอนเคียงข้าง โอบกอดให้ไออุ่นจากผิวกายค่อยๆซับเอาความหนาวเหน็บให้แผ่วจาง ริมฝีปากอุ่นจรดลงกับหน้าผากมน มือปัดเส้นผมที่ปรกระแก้มขาวออก ตะแคงเอียงตัวจ้องมองใบหน้าเรียวเล็ก
“พี่ขอโทษ....จียง” น้ำเสียงอ่อนโยนทอดสำเนียงด้วยความเหนื่อยล้า กอดร่างเล็กบางแนบอกเอาไว้แน่น เพิ่งรู้สึกได้ถึงแรงโหยหาของความคิดถึง ริมฝีปากอุ่นร้อนเพียงไล้สัมผัสไปตามเรียวจมูกเล็กรั้น แผ่วเบาราวปีกผีเสื้อ หากหยุดเวลาเอาไว้ได้ เขาอยากจะอยู่ข้างกายจียงไปตลอดชีวิต อย่าให้ต้องไกลห่างไปไหนอีกเลย...อย่าให้หยุดรักอีกเลย...
มันทรมาน...ทรมานเหลือเกิน...
ยองเบส่ายหน้าเหนื่อยใจเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องก็พบเจอว่าคนทั้งคู่หลับใหลในอ้อมกอดของกันและกัน ซึงฮยอนกอดร่างเล็กบางแนบอกแน่น จียงเอนศีรษะซบซุกลงกับอกอุ่นกว้าง ความรัก...ให้ยังไงก็ตัดไม่ขาด เพราะมันก่อเกิดขึ้นมาจากใจสองดวง ไม่มีเหตุผล ไม่มีข้อแม้ แต่มันคือความบริสุทธิ์จริงใจที่ไม่ว่าใคร หากไม่เคยพานพบก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่รับรู้ได้...รู้สึกได้...
พอเสียที...
เลิกทรมานกันเสียที...
ถ้าเจ็บที่ต้องแยกจาก...ก็รักกันเสียที...
แสงแดดอ่อนสาดลอดผืนม่านบางเข้ามาในห้องนอนกว้าง ทำให้ดวงตารีเรียวกระพริบปริบปรือด้วยความรู้สึกตัว ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศเร้าให้มือขาวกอดกระชับผ้าห่มผืนนิ่มเอาไว้แน่น ส่งเสียงครางอือในลำคอ ก่อนที่แก้วตาวาวใสจะทันได้เบิกกว้างขึ้นมองภาพเบื้องหน้าอย่างชัดเจน
“ซึงฮยอน...” ริมฝีปากบางเอ่ยอุทานแผ่วเบาราวกับจะย้ำตัวเองว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีตัวตนแท้จริง ไม่ใช่ภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นเพราะความคิดถึง
“พี่เห็นนายหลับ เลยไม่อยากปลุก” น้ำเสียงเรียบเรื่อยเอ่ยตอบ ไม่มีความรู้สึกใดปนมากับถ้อยคำนั้น ดวงตาคมวาวไม่แม้แต่จะมองสบ เอาแต่หันหน้าหนีเข้ากระจก จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ให้เข้ารูป
จียงเอี้ยวตัวลุกจากที่นอน พับผ้าห่มเก็บเรียบร้อย เขาไม่ได้ตีความจากการกระทำของซึงฮยอนผิดใช่ไหม? ร่างสูงไม่ยอมแม้แต่จะหันมอง น้ำเสียงตอบต่อก็แสนสั้น สั้นเสียจนเขาอึดอัด อย่าทำเหมือนไม่มีเยื่อใยกัน อย่าทำเหมือนเห็นเขาเป็นตัวปะหลาดที่ไม่อยากเสวนา มันเจ็บ...ถ้าพี่ไม่รักผม...อย่าทำอย่างนี้ มือเล็กบางบีบกำแน่น เดินออกไปจากห้องนอนโดยไม่มีคำบอกกล่าว จนเมื่อกลับเข้ามาที่ห้องตัวเอง ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย ความเจ็บที่แล่นรื้นขึ้นมาในอก ทำให้ร่างบางทรุดกายไหลรูดลงกับผนังด้วยความอ่อนล้า
เขาเหนื่อย...เหนื่อยกับการเผชิญหน้า เหนื่อยที่จะเป็นฝ่ายพร่ำบอกคำรัก เหนื่อยที่จะพบเจอ เหนื่อยที่จะร่ำร้องวอนขอด้วยน้ำตาอยู่ซ้ำๆ มือเล็กปาดน้ำตาที่รินเอ่อแก้มขาวออก ริมฝีปากบางแดงสั่นระริก เขาไม่มีวันทำให้ซึงฮยอนรักได้...
พอเสียที...
เลิกทรมานตัวเองเสียที...
ถ้าเจ็บที่ต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้...ก็หยุดรักเสียที
- - - - - -
“จียงไปไหน?” เสียงเครียดเข้มถามทักเมื่อกวาดตามองรอบห้องซ้อมกว้างไม่พบเจอร่างเล็กคุ้นตา ทุกคนเงียบเสียง แม้แต่ยองเบเองก็ไม่กล้าจะให้คำตอบ “ฉันถามพวกนายไม่ได้ยินหรือ?” ประโยคคำถามยังย้ำชัดถ้อยชัดคำ สีหน้าเคร่งเกร็งด้วยแรงคาดคั้น
“จียงไม่สบายครับ” เป็นซึงฮยอนที่เอ่ยปากตอบ นั่นเป็นเหตุผลที่สมควรที่สุดในการยกมาอ้างถึง จะบอกได้ยังไงว่า แม้มือเคาะประตูห้องเรียกชื่อทวนซ้ำ ควอนจียงก็ไม่ขานตอบเขาแม้แต่ปลายเสียง จะไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปก็ไม่กล้า การเผชิญหน้าในสภาวะที่จิตใจของอีกฝ่ายย่ำแย่แบบนี้...ไม่มีทางอื่นใดที่จะดีขึ้นได้ นอกจากการหลีกเลี่ยง นอกเสียจากปล่อยให้เจ้าตัวอยู่ลำพังคนเดียว
“ไม่สบาย...เป็นอะไร มาซ้อมไม่ได้เชียวหรือ?”
“พี่จียงเป็นไข้ครับ ปวดหัว ทรงตัวไม่ไหว” น้ำเสียงแจ้วเจื้อยตอบฉับพลันทันที หากเมื่อถูกสายตาวาวดุของครูฝึกตวัดตอบ น้องเล็กก็จำต้องหลบตา หันไปหายองเบเพื่อขอความช่วยเหลือ
“เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ยังไม่ได้พัก ผมก็เลย...”
“เอาล่ะๆ พอ ไม่ต้องอธิบายหรอก มาแค่ไหนก็ซ้อมกันไปแค่นั้น” สิ้นเสียง ประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ยองเบระบายลมหายใจอ่อนล้า ภาวการณ์เช่นนี้...จะอยู่กันได้ยังไง บิ๊กแบงจะยังเป็นบิ๊กแบงอยู่ได้ยังไงกัน? แรงกดดันบีบให้บรรยากาศในห้องซ้อมแคบยิ่งแคบลงไปถนัดใจเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำ จะมีก็เพียง...
“พี่ทำลงไปได้ยังไง?” น้ำเสียงเครียดขึ้งทำลายความเงียบงันลงด้วยคำถาม ซึงฮยอนหันไปทางต้นเสียง สิ่งที่พบเต็มสองตาคือแววตากร้าวแข็งจากน้องเล็ก มือขาวทั้งสองข้างบีบกำแน่นด้วยความโกรธ นั่นคือประโยคแรกที่ซึงริพูดกับเขา นับตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาในห้องซ้อม “พี่ทำกับพี่จียงแบบนี้ได้ยังไง?!!” คอเสื้อตัวใหญ่ถูกกระชากเต็มมือ ซึงฮยอนหลับตานิ่ง ถึงน้องจะโกรธเกลียดจนลงไม้ลงมือกับเขา...มันก็สมควรแล้ว...สมควรกับการกระทำแย่ๆแบบนั้นแล้ว
“มักเน่!” ยองเบตวาดเสียงเครียด ปราดเข้าไปดึงตัวน้องไว้ จับมือที่ยึดคอเสื้อพี่ใหญ่ออก สีหน้าสีตาดุดันด้วยคำสั่ง
“ปล่อยผม!” มือเล็กสะบัดเร็วพลัน หันมาหาคนเป็นพี่ด้วยแววตาดุกร้าว “พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง!! พี่มันเลือดเย็นจนไม่เห็นแม้แต่ความสำคัญของคนที่คอยอยู่ข้างพี่มาตลอด! หัวใจพี่ทำด้วยอะไรกันแน่!!” เสียงบาดหูยังสาดคำด่าทอมายังร่างสูง หากซึงฮยอนกลับยืนนิ่ง ไม่มีอะไรหนักไปมากกว่าการแบกความผิดบาปเอาไว้ในใจ ไม่มีความรู้สึกใดที่ทรมานไปกว่าการหักใจทั้งที่ยังรัก นัยน์ตาวาวคมอ่อนล้าจนไร้แรง ไม่ยอมตอบโต้แม้สักนิด
“พอแล้วมักเน่! แค่นี้ก็แย่เกินพอแล้ว” ยองเบร้องห้าม กระชากข้อมือบางเต็มแรง “แดซอง...พาน้องออกไป”
“แต่...เรา...ยังต้องซ้อม”
“ออกไป! จะไปที่ไหนก็ไป! พี่สั่งได้ยินใช่มั้ย!!”
“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
“ออกไปซึงริ! เด็กอมมือไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่ง! ถ้านายยังเห็นหัวพี่อยู่ก็ออกไป อย่ามาทำตัวงี่เง่าแบบนี้!” ยองเบสั่งเสียงเฉียบจนน้องนิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นวาววามด้วยหยาดน้ำ มือเล็กบีบเข้าหากันจนสั่นเกร็งไปทั้งร่าง หน้าชาวาบคล้ายถูกตบแรงๆจนผิวบางแสบเจ็บ ริมฝีปากบิดเบ้เพราะกลั้นน้ำตาที่รื้นเอ่อในหน่วยตาเอาไว้ สะบัดหน้าเดินหนีโดยไม่หันกลับมามองยองเบแม้แต่หางตา แดซองตระหนกตื่น วิ่งตามน้องไปทันที คงเหลือก็เพียงซึงฮยอนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นเหมือนคนไม่มีความรู้สึก
“พี่ยังรักจียงอยู่ใช่มั้ย?” ความเงียบงันถูกทำลายด้วยสุ้มเสียงของคำถาม ใบหน้าคมคายหันมองเจ้าของเสียงด้วยความสงสัย หากยองเบกลับไม่ขยายความ เพราะมันคือคำถามที่ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าคนฟังไม่กล้าแม้แต่จะตอบ...ก็ขี้ขลาดเกินไป
“นายพูดอะไรยองเบ? พี่กับจียง...” ซึงฮยอนย้อนถาม แต่ประโยคที่จะอธิบายกลับขาดห้วงไป ร่างสูงทรุดกายลงนั่งกุมขมับ ปวดหัวหน่วงคล้ายจะระเบิด ยองเบถอนหายใจ เขาเองก็แบกอะไรเอาไว้หนักไม่น้อยไปกว่าคนเป็นพี่เช่นกัน ความเป็นเพื่อน ความเป็นน้อง ความเป็นพี่...ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ อย่าว่าแต่ก้าวไปไหนเลย...บิ๊กแบงไม่มีแรงที่จะยืนด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่จุดที่เรียกว่า ความสำเร็จ...
เขาจะปล่อยให้มันพังลงไม่ได้...
“อย่าทำแบบนี้อีกเลย พี่อย่าทำให้หมอนั่นเจ็บไปมากกว่านี้ได้มั้ย?”
“นายไม่เข้าใจหรอกยองเบ” น้ำเสียงอ่อนล้าไร้แรงบอกตอบ มือใหญ่บีบกำแน่น แรงกดดันบีบทับเส้นประสาทจนชาไปทั้งร่าง
“แล้วพี่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผมไม่เข้าใจ บอกผมได้มั้ย? บอกให้รู้หน่อยสิว่า...ทำไมต้องทรมานทั้งตัวเองและจียงแบบนี้?! พี่ทำไปเพราะอะไร?”
“เพราะรัก...” ซึงฮยอนระบายเสียงตอบแผ่วเบา กัดริมฝีปากเอาไว้แน่นด้วยความเจ็บ “นายจะให้พี่ทำลายคนที่พี่รักด้วยสองมือของพี่เองอย่างนั้นหรือยองเบ? พี่ฉุดจียงลงเหวไปพร้อมกับพี่ไม่ได้ ถ้าความรักของเราทั้งคู่ถูกมองว่าน่ารังเกียจในสายตาของคนอื่น...คนที่จะต้องเจ็บปวดและผิดหวังที่สุดก็คือจียง นายจะให้พี่รักโดยไม่แคร์สายตาใคร ทั้งๆที่เรายืนอยู่ในจุดที่ถูกคนรอบข้างคาดหวังอย่างนั้นหรือ?”
ยองเบไม่ตอบ รู้สึกร้อนวาบไปทั้งหน้าและหัวตา เขาเข้าใจเหตุผลดี แต่มันจะเป็นแบบนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่? เขาจะต้องอยู่ในสภาพอึดอัดอย่างนี้ไปจนกว่าทั้งจียงและซึงฮยอนจะตัดขาดจากกันได้จริงๆน่ะหรือ? บิ๊กแบงจะเดินหน้าต่อไปทั้งที่รอยร้าวยังสมานไม่ติดได้ยังไง? เห็นแก่ตัว...เห็นแก่ตัวจนเกินไปแล้ว
“พอซะที! พี่มันเห็นแก่ตัว พี่มันขี้ขลาด...พี่อยากให้เราพังกันหมดใช่มั้ย?! พี่คิดว่าพี่หยุดรักจียงได้หรือ พี่คิดหรือว่าหมอนั่นเองจะไม่หันกลับมามองพี่อีก พี่แค่หนีปัญหา...” มือใหญ่ลูบใบหน้า น้ำตารื้นขอบตา หากเจ้าตัวกลับเงยหน้าขึ้น กะพริบตาถี่ๆ “แค่นี้พี่ยังเจ็บไม่พอรึไง พี่ต้องให้จียงเจ็บจนตายใช่มั้ย พี่ถึงทำร้ายหมอนั่นไม่หยุดเสียที อย่าแบกอะไรเอาไว้อีกเลยได้มั้ย”
“ยองเบ...”
“ผมขอร้อง...” ยองเบไม่เปิดโอกาสแม้แต่จะให้ซึงฮยอนโต้ตอบหรืออธิบายเหตุผล ก้าวฝีเท้าเดินไปที่บานประตู “ถ้าพี่ยังมีความรู้สึกสงสารอยู่บ้าง กลับไปรักจียงเหมือนเดิม กลับไปเป็นเหมือนเดิมที่พี่เคยเป็น สัญญากับผมสิ?”
ซึงฮยอนไม่ตอบ ยองเบจึงได้แต่ยืนถอนหายใจ ก่อนจะก้าวขาเดินออกไป ชายหนุ่มหันกลับมาสบตาคนเป็นพี่อีกครั้ง
“ถ้าวันนั้น...วันที่ทั้งพี่และจียงล้ม...ผมสัญญา ไม่ว่าจะเจ็บสักแค่ไหน เราทั้งหมดจะเดินไปด้วยกัน ขอแค่ตอนนี้...ตอนที่ยังไม่สายเกินไป พี่อย่าทิ้งให้หมอนั่นรู้สึกเหมือนอยู่ลำพังคนเดียว ถ้าไม่มีพี่ จียงก็ไม่สามารถเป็นจียงได้ พี่เข้าใจผมมั้ย?”
ไม่มีเสียงตอบ ใบหน้าคมคายมองสบ ก่อนจะก้มลงพยักหน้าเบาๆ เป็นวินาทีเดียวกับที่รอยยิ้มวาดขึ้นบนริมฝีปาก ทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ น้ำตารื้นขอบตาจนวาววาม หากรอยยิ้มที่ยองเบมอบให้คนเป็นพี่นั่นคือความรู้สึกแท้จริงจากใจ
ถ้าซึงฮยอนเข้าใจ...
คงไม่ยากเกินไปใช่มั้ยที่จะแก้ไข...?
- - - - - - - -
กระเป๋าสะพายใบโตถูกมือเล็กรวบขึ้นเหวี่ยงพาดสะพายไปบนแผ่นหลังบาง ลมหายใจเย็นเยียบระบายออกแผ่วเบา ก่อนจะก้าวขาเดินออกจากห้องกว้าง เสียงหัวใจเต้นระรัวสั่นจนแทบไม่เป็นจังหวะ จียงกุมอกซ้ายเอาไว้แน่น ถอนหายใจอีกครั้ง...
ถ้าอยู่...
ความอ่อนแอก็จะไม่มีวันจางหาย...
เขายังไม่พร้อม ไม่พร้อมจะรับสภาพย่ำแย่แบบนี้ในสายตาของซึงฮยอน ความรู้สึกเจ็บยังเกาะกุมหัวใจ ไม่มีวันสลัดมันออกไปได้ สิ่งที่ยังคงมีอยู่เต็มตื้นคือความอาลัยอาวรณ์ ความเสียใจ ความเจ็บปวด ทุกสิ่งทุกอย่างบั่นทอนหัวใจให้อ่อนล้า ถึงปากจะบอกยองเบว่า ‘จะพยายาม’ แต่จะทำได้สักเท่าไหร่กัน ในเมื่อเขายังรู้สึก ‘รัก’
ความรักที่มีต่อซึงฮยอน...
ยังมีอยู่เต็มหัวใจ...
เรียวขายาวก้าวไปตามทางเดิน มือขาวกระชับหมวกใบโปรดลงมาปิดหน้า ซ่อนริมฝีปากเย็นเยียบเอาไว้ใต้ผ้าพันคอสีเข้ม ไหล่บางลู่ไหว ห่อตัวเข้าไปในเสื้อโค้ทตัวหนาเพื่อหลบหลีกอากาศหนาวเย็นภายนอก ท้องฟ้าสีทะมึนกำลังเกาะกลุ่มก้อนเป็นเมฆหมอกหนา เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนดังระงมไปทั่ว หากโสตประสาทไร้ความรู้สึกกลับได้ยินเพียงแรงสะอื้นสั่นในอก สองขาแทบทรุดไม่มีแรง หยาดน้ำตาพราวไหลอาบแก้มนวล...ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ
“ฉันไม่มีแรงจะพยายามแล้ว...ยองเบ”
TBC.
PS.อีกที มีของมาฝากคนอ่านฟิค อาจจะเคยเห็นกันแล้ว หรืออาจจะไม่เคย เราเก็บมาดองได้เป็นเดือนแล้วล่ะคะ แต่...ไม่อยากเก็บไว้เฉยๆ แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ ๕๕๕)))
คลิกเลย...
เป็นโมเม้นต์เล็กน้อยๆที่เราชื่นอกชื่นใจทุกครั้งที่เห็น กอด...มันอบอุ่นอย่างนี้นี่เอง สังเกตกันมั้ย? ทำไมควอนจีต้องคล้องคอ? มันเป็นโดยสัญชาตญาณ โฮะๆๆ โอบกอดประหนึ่งโลกนี้มีเราเพียงสอง เห็นแล้วอะฮริ้งงงงงงงงง...ลืมบอกไปค่ะ ตอนนี้กำลังทำ Multiply เพราะเบื่อ Exteen ธีมล่มบ่อย ถ้าเสร็จเมื่อไหร่จะแว่บมาบอกนะคะ เพราะอาจจะย้ายฟิคไปลงไว้ที่นั่น [จริงๆอยากทำบอร์ดส่วนตัว เอาไว้เป็นคลังเก็บของเก่า คาดว่าจะทำ เพราะห่วงสวัสดิภาพฟิคเหลือเกิน
ปิดเทอมครานี้ คงได้เร่งเคลียหนี้กันจ้าล่ะหวั่นเลยทีเดียว T^T

>>> อยากเขย่าๆๆๆๆๆๆเทมโป้ให้หายบ้าซักที
ฮุ่ย! อึดอัดใจจจจจจจจจจจจ!!!!!
สงสารจียง(โปโป้ก็น่าสงสารค่ะ แต่แบบ...)
ชอบตรงนี้มาก-> “ถ้าวันนั้น...วันที่ทั้งพี่และจียงล้ม...ผมสัญญา ไม่ว่าจะเจ็บสักแค่ไหน เราทั้งหมดจะเดินไปด้วยกัน..."
ซึ้ง...
>>> ขอบคุณสำหรับรูป .gif นะคะ
ยิ้มแก้มปริเลย จียงแทบจะกระโดดกอด
.
#1 By _1986 on 2008-10-05 13:23