[SF] A Little Pain [Ren X Shin in NANA][01]
posted on 06 Apr 2008 16:52 by evencyeve in SF-A-Little-PainTitle : A Little Pain
Author : Evencyeve
Couple : Ren X Shin in NANA
Talk : จริงๆเคยลงแล้วแต่ไม่ใช่ชื่อเรื่องนี้ พอดีกลับมาแต่ง แล้วลบเอนทรี่เก่าออกก็เลยเอามาลงใหม่แล้วเปลี่ยนชื่อเรื่อง มันเป็น SF แต่ไม่ใช่ตอนเดียวจบ ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าจะเอาซักกี่ตอนจบดี แต่ยังไงก็อยากลง เอารูปมาแปะประกอบนิดหน่อย ส่วนตัวแล้วชอบคู่นี้มากกกกกก...แต่ว่าบางที่ก็แอบแว่บไปทาง ทาคุมิ X ชิน เหมือนกัน ๕๕๕ ถ้าพร้อมแล้วก็ไป enjoy ได้เลยนะคะ เดี๋ยวจะรีบเอาตอนสองมาลงเน้อ ^^

[01]
เสียงครื้นเครงเฮฮากรุ่นบรรยากาศของความอบอุ่นสนุกสนานในห้องกว้าง เคล้ากลิ่นหอมจางของบรั่นดีเลิศรส เจือด้วยควันคละคลุ้งจากบุหรี่ที่ถูกเปลวไฟแดงวาบเร่งเร้าให้ปลายจมูกสัมผัสกับความหอมนุ่มนวลอบอวลไปทั่วบริเวณ มีเพียงสายตาคู่เดียวที่ไม่หวั่นประวิงต่อภาพวุ่นวายเบื้องหน้า ข่มความรู้สึกอ่อนไหวเล็กๆ ที่แผ่ซ่านไปทุกโสตประสาทให้นิ่งสงบ ตาวาวจับจ้องเพียงร่างสูงโปร่งที่เปล่าเปลือยเรือนกายช่วงบน ให้แผงอกกว้างสะท้อนลมหายใจขึ้นลงอย่างแผ่วเบา
“ขี้โกง! ทาคุมิ ไอ้ขี้โกง!!” แรงขยับของริมฝีปากส่งเสียงดังก้องระบายถ้อยคำพูดด้วยสติที่เลื่อนลอย เมามายเพราะฤทธิ์เหล้าจนใบหน้าขาวคมแดงก่ำ ดวงตาเข้มดุกราดเกรี้ยวทั้งที่เรี่ยวแรงน้อยนิดไม่มีพอจะให้ทรงกายไว้ด้วยซ้ำ
...ฮนโจ เรน.....มือกีต้าร์ของวงแทรปเนสต์กำลังออกปากกล่าวร้ายหัวหน้าวงอย่าง...อิจิโนะเสะ ทาคุมิ....ผู้ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่ ณ ห้องกว้างแห่งนี้ด้วยอารมณ์โทสะ
“เจ้านั่นมันบ้ารึเปล่า....อยู่ดีๆก็ลุกขึ้นมาร้องด่าทาคุมิอยู่ปาวๆ” โนบุสะกิดแขนยาสุเบาๆ ให้อีกคนมองลอดแว่นเลนส์ทึบจ้องหน้าเรนไม่วางตา ในขณะที่อีกมือก็กรีดไพ่สำรับใหญ่วางลงกับโต๊ะ
“ไม่บ้าหรอก กำลังได้สติดีทีเดียวเลยล่ะ”
“มั่วน่ายาสุ......แหกปากซะลั่นขนาดนั้น คนสติดีที่ไหนมันทำกันเล่า!”
“คอยดูไปก็แล้วกัน” ใบหน้าเฉยชาไม่สนใจชีวิตเบื้องหน้า จดจ้องอยู่กับสำรับไพ่ในมือ แต่ก็ยังไม่วายลอบมองดวงตาวาวโตของอีกร่างที่ยังนั่งกอดประคองเข่าของตัวเองอยู่ตรงมุมห้อง เจ้าตัวเหมือนจะรับรู้ที่ถุกยาสุส่งสายตาซ่อนกรอบแว่นดำมองมา จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเจ้าของน้ำเสียงดุดันเมื่อครู่ใกล้ๆ
“เรน..เมามากแล้ว ไปนอนเถอะฮะ” ลำแขนเรียวเล็กฉุดข้อมือแข็งขืนที่หนักอึ้งเพราะแรงกระแทกตัวเพื่อทิ้งกายลงนอนกับพื้นพรมสากๆ ดวงตาคมกริบหรี่ปรือปล่อยให้ร่างเล็กบางออกแรงกำลังดึงกายของคนตัวโตกว่าให้ลุกขึ้น
“ระวังๆหน่อยนะชิน เจ้านี่เวลามันเมาแล้วมันบ้า!” น้ำเสียงห้าวของโนบุออกปากเตือนด้วยความห่วงใย หากแต่เบนสายตากลับมาสนใจทอดลูกเต๋าในถ้วยต่อ ไม่แม้แต่จะคิดช่วยเหลืออีกคนเลยซักนิด
“ให้มิซาโตะช่วยนะชิน”
“ไม่ต้องหรอกมิซาโตะ.....เธอน่ะ มาเล่นไพ่แทนเรนดีกว่า ฮาจิกับนานะออกไปข้างนอก ไม่มีใครเล่นแทน” ยาสุกล่าวอ้าง วางมือกระแทกพื้นดังแปะๆ เรียกให้เด็กสาวมาสวมรอยนั่งทับที่เก่าของเรนเร็วไว ปล่อยให้ชินเป็นฝ่ายยื้อยุดฉุดกระชากร่างหนักๆ ของคนที่เมามายไม่ได้สติอยู่ฝ่ายเดียว
“เรน......เดินดีๆสิฮะ ผมหนัก” ปากบางเอ่ยขอ ขาเรียวเล็กซวนเซจนแทบล้ม กอดประคองลำตัวเปล่าเปลือยเอาไว้แน่น ให้ผิวกายร้อนรุ่มสัมผัสกับเนื้อผ้าบางๆ อยู่แทบจะทุกตารางนิ้ว
“ทา...คุ...มิ...ไอ้....ขี้...โกง!” น้ำเสียงอ่อนแรงกระแทกกระทั้นว่ากล่าวเจ้าของชื่อราวกับเห็นเงาของทาคุมิมายืนอยู่ตรงหน้า ยั่วให้โทสะปะทุ ออกแรงกระชากแขนผอมบางของชิน จนร่างน้อยๆเซถลาลงมานอนเคียงกายอยู่บนเตียงกว้าง
“เดี๋ยวสิฮะเรน! ปะ....ปล่อยผมก่อน ผมจะไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้” ข้อมือขาวสะบัดดิ้นให้พ้นจากแรงกดทับของเรน พยายามเรียกเอาสติที่แตกกระเจิงกลับมาเพราะความตื่นกลัว ทอดสายตาวิงวอนขอร้องไปที่เสี้ยวหน้าคมคาย สบประสานกับแววตาเข้มดุนั้นอย่างอ่อนโยน
“ชินเหรอ?......ชิน.....ทำไม....ต้องไปจูบกับเจ้านั่น จูบกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันได้ยังไง!”
“ปะ....เปล่านะ ผมไม่ได้.....อื้อออออ...” เสียงหวานปฏิเสธลนลาน ทว่ากลับถูกเรียวปากร้อนบดเบียดทับกลีบปากนุ่มรุนแรง แทรกลิ้นชุ่มเข้าไปกระหวัดเกี่ยวโดยไม่ฟังเสียงประท้วงในลำคอขาวระหง ที่ออกแรงต้านทานการรุกรานจากร่างสูงอย่างถือวิสาสะ ชายเสื้อขาวสะอาดถูกดึงทึ้งจบยับยู่ ลากนิ้วร้อนๆ สัมผัสเคล้นผิวบางจนเรือนกายเล็กผอมกระตุกวาบ ริมฝีปากหวานกรุ่นรับกลิ่นแอลกอฮออ่อนไหวเตลิดตามแรงบีบบังคับที่เหนือกว่า
“ดะ....เดี๋ยวสิฮะเรน ฟังผมอธิบายก่อน!” แผงอกบางกระเพื่อมไหว สั่นน้อยๆคล้ายลูกนกที่กำลังร้องขอชีวิตจากเหยี่ยวนักล่า ออกแรงผลักอกกว้างของร่างสูงเอาไว้ ให้ตัวเองได้หายใจถนัดถนี่ จ้องสบสายตาตอบแววตาคมกล้าที่สติขาดผึงเพราะแรงโทสะ
“อธิบายอะไร! ฉันเห็นเต็มสองตา จะให้เชื่ออะไรอีก!!”
“เรน เมามากแล้ว...ผมไม่ได้จูบกับทาคุมิซักหน่อย เชื่อกันบ้างสิฮะ” น้ำเสียงออดอ้อนพยายามอธิบายถ้อยคำพูดแสนนุ่มนวล ทั้งที่ร่างกายกลับถูกรุกเร้าด้วยสัมผัสมือของอีกฝ่ายที่เปะป่ายไปทั่วผิวขาว
“โกหก!”
“ผมเปล่าโกหกนะ ทีเรนจูบกับนานะผมยังไม่ว่าอะไรเลยซักคำ แล้วนี่อะไร ผมไม่ได้ทำก็มากล่าวหากันดื้อๆ พาลชะมัด!” แววตาเว้าวอนวูบลงด้วยความน้อยอกน้อยใจที่ถูกคนตรงหน้าตวาดก้อง ไม่ใส่ใจจะฟังเหตุผลหรือคำอธิบายจากปางบางเลยซักนิด มือเล็กพยุงกายพยายามรวบแรงกำลังลุกจากฟูกนอน คอเรียวขาวสะบัดเชิดระหง ส่งให้โซ่สีเงินวาวที่คล้องริมฝีปากตวัดแกว่งไหว สะท้อนดวงตาคมดุให้จับจ้อง
“ถ้าคิดว่าผมโกหก ก็ไม่ต้องมาพูดกัน ปล่อย! ผมจะไปหายาสุ”
“ไอ้หัวล้านมันเกี่ยวอะไรด้วย! ทำไมต้องไปหามัน!?”
“เกี่ยวไม่เกี่ยวก็ไม่ใช่เรื่องของเรน ผมอธิบายอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่ เรนจะเข้าใจยังไงก็แล้วแต่เรนจะคิดเอาเองแล้วกัน” น้ำเสียงดุกร้าวประชดประชันจนแววตาเข้มอ่อนลง ปลายนิ้วสัมผัสแก้มนวลเบาๆให้ร่างเล็กหายขุ่นเคือง เชยคางเรียวให้เชิดขึ้นสบสายตางอนง้อเอาใจ
“ชิน...นายก็รู้ว่าฉันขี้หึง”
“ก็เรนไม่ฟังผมก่อน” เอาแต่รุกไล่อยู่ฝ่ายเดียว!.....เสียงเล็กนึกค่อนขอดในใจ ให้แก้มขาวแดงซ่านเมื่อนึกถึงรสจูบร้อนแรงจากริมฝีปากอุ่น เบนหน้าหลบสายตาวาวโรจน์ที่จ้องมองอยู่ใกล้เพียงปลายลมหายใจกั้น กลิ่นคละคลุ้งของแอลกอฮอล์ขับเลือดในกายให้เดือดพล่าน ไร้เรี่ยวแรงจะผลักไสคนตรงหน้า
“อธิบายมาสิ......ก็จะฟังอยู่นี่ไง”
“ผม......” ดวงตาโตหวานหลุบต่ำลง ไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มที่ซ่อนไว้บนใบหน้าของเรน ขยับปากอธิบายเรื่องราวแบบตะกุกตะกัก เพราะความขัดเขิน “….ก็แค่ทาคุมิเช็ดแก้มที่เปื้อนซอสให้เท่านั้นเอง แล้วเขาก็กลับ ไม่ได้จูบกันซักหน่อย”
“แต่ฉันเห็นนี่นา”
“เรนคิดไปเองต่างหาก.....ฮาจิก็อยู่ด้วย ใครจะกล้าจูบผม.....ถ้าไม่ใช่เรน” รอยยิ้มกริ่มปรากฏขึ้นทันทีที่ได้ฟังถ้อยคำขลาดเขิน ชินขมวดหัวคิ้วมุ่น ผลักอกกว้างออกแรงๆ ย่นจมูกทำท่าไม่พอใจเมื่อจับสงสัยของเรนได้ทัน ที่แท้ก็เสแสร้งแกล้งเมา หาเรื่องมาชวนทะเลาะให้ปวดประสาท
“เรนแกล้งผม!”
“เปล่าซะหน่อย ใครจะกล้าแกล้งคนน่ารักได้ลงคอกัน” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเบาๆอย่างที่คนได้สติครบถ้วนสมบูรณ์พึงมี เร้าให้ดวงตาคุ่ดุตวัดหนีเคืองๆ พยุงกายตัวเองออกห่างจากการถูกคุกคาม น่าโมโหอย่างที่สุด......คนอุตส่าห์เป็นห่วงแทบตาย กลัวว่าจะเข้าใจผิด กลับยังมีหน้ามาแกล้งกันแบบนี้อีก!!
“จะไปไหน?”
“ปล่อยผม เราไม่มีเรื่องต้องพูดกันแล้วนี่ฮะ” ลำแขนเรียวเล็กถูกรวบดึงไว้จนสุดแรง กดกอดร่างบางไว้แนบกับอก สูดกลิ่นหอมที่แก้มนวลให้ใบหน้าหวานแดงก่ำ กระซิบถ้อยคำแผ่วเบาข้างใบหูนิ่ม มือร้อนๆก็จับโซ่วาวที่คล้องกลีบปากสีจัด พยายามจะปลดออกเบาๆไม่ให้เกะกะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็สัมผัสโดยไม่แยแสมันแล้วแท้ๆ
“อย่าตัดรอนแบบนั้นสิ ฉันจะขาดใจอยู่แล้วรู้มั้ยชิน?” ถ้อยคำเว้าวอนออดอ้อนจนชินใจอ่อน ส่งให้เลือดสีจัดขับระบายความร้อนซ่านขึ้นมาที่ผิวหน้าขาว กระตุ้นให้แก้มใสแดงเรื่อน่ามอง น่าหลงใหลจนเรนต้องสะกดใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้
“เรน......เรน......เปิดประตูที นายไม่สบายเหรอ?”
“นานะ...” ริมฝีปากบางเอ่ยรำพึงชื่อบุคคลที่สามแผ่วเบา ขยับกายออกห่างจากอ้อมกอดของร่างสูง เมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของฝ่ามือที่กระแทกลงบนบานประตูแรงขึ้น เรนจำต้องปล่อยให้ชินหลุดจากวงแขน ส่ายหน้าระบายลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย สายตาคมปลาบจดจ้องดวงหน้าหวานแน่นิ่ง จนอีกฝ่ายต้องตัดบทด้วยการเดินไปเปิดประตู ให้คนที่ยืนคอยอยู่ข้างนอกได้เข้ามา ทว่าแขนเรียวขาวกลับถูกกระชากรั้งเอาไว้ ทั้งที่ยังไม่ได้เอื้อมมือไปเปิดเสียด้วยซ้ำ
“ฉันเปิดเอง”
“เรน......แต่.....ผม”
“เถอะน่า....อยากให้นานะสงสัยรึไง ฉันไม่อยากแก้ตัวหรอกนะ” น้ำเสียงดุดันข่มให้ชินต้องยอมละมือจากลูกบิด ถอยหลังกลับมายืนรอ ในขณะที่ข้อมือขาวถูกแรงบีบหนักๆจากนิ้วของเรน จนเจ้าตัวต้องเม้มปากสะกดกั้นความเจ็บปวดเอาไว้ ผิวหน้าเนียนเย็นจัดจนชาวาบ เป็นฝ่ายหลบโดยใช้แผ่นหลังกว้างเป็นที่กำบัง นึกโกรธตัวเองปนน้อยใจที่ไม่สามารถปริปากพูดอะไรได้ ให้แต่เรนเป็นฝ่ายออกรับแทนอยู่ร่ำไป
ถ้าจะกล่าวถึงฐานะตัวเอง........ชินก็ยอมรับ.......ยอมรับว่าเขาก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากคนขี้ขลาดคนนึง.........ที่ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้ายื้อแย่งเอาเรนมาเป็นของตัวเอง
เอาแต่หลบซ่อน.......อย่างที่คนไม่มีสิทธิ์จะทำได้......เท่านั้น
“ไม่สบายเหรอ เป็นอะไรรึเปล่า?” นานะเอ่ยปากถามทั้งที่ยังไม่ได้ก้าวเข้ามาในห้องดีด้วยซ้ำ ชินจึงต้องขยับตัวหลบให้พ้นจากสายตาเข้มดุคู่นั้น ในใจนึกท่องเอาไว้เพียงประโยคเดียว
ไม่อยากให้เรนต้องแก้ตัว............ไม่อยากให้ต้องลำบาก
“ไม่เป็นไรแล้ว ดื่มมากไปหน่อยเลยมึนๆเท่านั้นเอง”
“ก็ดี......แล้วชินล่ะ? ฮาจิซื้อข้าวกล่องมาฝากจากร้านสะดวกซื้อ ไม่รู้เจ้านั่นหายไปไหน” เรียวคิ้วสวยขมวดเป็นปม ส่งแววตาทักถามมาทางเรน ร่างสูงก็ยักไหล่ ทำท่าทำทางไม่รู้ไม่ชี้ ดวงตาคมหรี่ปรือให้อีกฝ่ายรับรู้ว่ากำลังต้องการจะพักผ่อน นานะจึงยื่นขวดน้ำผลไม้หวานๆลงบนมือของเรน จุดเปลวไฟตรงปลายมวนบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากตัวเองจนกรุ่นกลิ่นหอม ก่อนจะส่งเอามวนบุหรี่นั้นให้กับริมฝีปากร้อนผ่าวของอีกคน
“ทำซุบเต้าเจี้ยวไว้ให้ฉันด้วยนะ”
“ไม่!”
“นิดหน่อยเองน่า.....นานะ เค็มๆแบบที่เธอชอบทำนั่นแหละ ฉันอยากกิน” น้ำเสียงออดอ้อน หน้าตาสลึมสลือคล้ายกับจะล้มพับตัวลงนอนเสียงตรงหน้าประตู ทำให้นานะจำต้องยอมพยักหน้ารับคำ ไม่วายบ่นงึมงำในลำคอ จดจ้องริมฝีปากที่คาบเอามวนบุหรี่นั้นอย่างตำหนิ ก่อนจะทิ้งให้ร่างสูงปิดประตูเดินหายกลับเข้าไปในห้อง
“เรน......ผม”
“อยู่นี่แหละ นายไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ฉันไม่อนุญาต!” ชินอ้าปากจะประท้วงที่ถูกเรนดักคอ ออกคำสั่งราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของตัวเขาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหวานหงิกลงไม่พอใจเสียเหลือประมาณที่ได้ยินถ้อยคำดุดันจากอีกคน ควันบุหรี่ระบายคละคลุ้งไปทั่ว ให้กลิ่นหอมจางๆผ่านสันจมูกเรียวกระตุ้นความอ่อนไหวในกายให้แผ่ซ่าน
“เรนไม่มีสิทธิ์จะสั่งผม!”
“อย่าชวนทะเลาะน่ะชิน ไม่น่ารักเลยนะ” วงแขนกว้างโอบเอวบางเอาไว้แน่น เกยคางลงชิดกับบ่าลาดที่กำลังสั่นไหวเพราะแรงโทสะ การถูกเรนโอบกอดบ่อยครั้งสร้างความคุ้นเคยแก่ร่างกายให้รู้สึกประหม่าอยู่เสมอ จนแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังรู้สึก
“ไม่น่ารักก็ไม่ต้องรักสิ ยังไงเรนก็มีนานะอยู่แล้วนี่”
“ไม่เอาน่า.....อย่าขี้งอนแบบนี้สิ ก็ตอนนี้ไม่มีแล้วไง เราอยู่กันแค่สองคนเองนะ จะไปนับเอาคนอื่นมารวมทำไมให้ปวดหัว” คิ้วเข้มขมวดมุ่น ส่งคำหวานงอนง้อ ฝังจมูกคมลงที่เนื้อแก้มใส สูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวขาว ทว่าชินกลับเบี่ยงตัวหลบไม่ยินยอมให้ปลายจมูกโด่งได้เฉียดกลายแม้เพียงลมหายใจ
“ผมไม่ได้งอน แค่รู้สึกสับสน สับสนว่า.....ผมกับเรน เราควรจะอยู่แบบนี้ต่อไปเหรอ......ผมว่ามันไม่ยุติธรรม.....สำหรับนานะ ผมไม่อยากรู้สึกผิด!”
“ไม่อยากอยู่ใกล้ฉันด้วยงั้นสิ?!!”
“เปล่า....ไม่ใช่อย่างนั้น เรนเข้าใจผมบ้างสิ ถ้ามันยังครึ่งๆกลางๆอยู่อย่างนี้ เราก็ไม่น่า......” เสียงหวานขาดไปเป็นห้วง ก้มหน้านิ่งให้ดวงตาโตหลุบต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคนฟัง เพียงแต่ละถ้อยคำที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย เพราะความรู้สึกเจ็บที่กำลังแล่นปลาบไปทั่วร่าง บีบน้ำร้อนๆออกมาระบายความอึดอัด พร้อมกับเสียงสะอื้นที่สั่นเครือ ย้ำเตือนความคิดในสมองให้หยุดพรั่งพรูความสับสนมากมาย ที่กำลังบั่นทอนใจดวงน้อยให้สะท้านไหว
“ไม่น่ายุ่งเกี่ยวกันตั้งแต่แรกสินะ” เรนต่อคำพูดที่ถูกเว้นว่างเอาไว้ เชยคางมนให้จ้องลึกเข้าไปในดวงตา แต่ชินก็ยังขลาดกลัวเกินกว่าจะฟังถ้อยคำตัดพ้อของร่างสูง
“ผมคิดว่าเรนก็เข้าใจดีแล้ว”
“แต่ฉันไม่ยอมหรอกนะ! ถ้าต้องไม่มีนาย” แรงบีบที่กดคางเรียวเอาไว้สั่นน้อยๆ แต่เรนก็ยังส่งแววตาคุกคามรุกไล่จนชินต้องจนมุม ทว่ามือเล็กกลับปัดเอานิ้วแข็งขืนของอีกฝ่ายออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาโตมองสบนัยน์ตาคมกล้าคล้ายกับต้องรวบแรงกำลังมากมายเพื่อเอื้อนเอ่ยคำถามด้วยน้ำเสียงเข้มดุ
“แล้วไงล่ะฮะ ผมต้องอยู่อย่างนี้ไปนานอีกเท่าไหร่กัน! อยู่อย่างที่ไม่มีตัวตนต่อหน้าคนอื่นๆไปนานแค่ไหน เรนตอบผมมาสิ!!” คนถูกถามนิ่งไป ระบายลมหายใจแรงๆ ยอมปล่อยมือจากแขนที่ถูกรวบกำเมื่อสังเกตเห็นน้ำใสๆที่รื้นคลอหน่วยตาวาว ชินเขย่าตัวร่างสูงราวกับจะให้คำตอบมากมายหลุดออกมาจากปากที่ประกบนิ่ง ทว่าเรนกลับเงียบ......ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำที่จะปลอบประโลมเขาด้วยซ้ำ
“เงียบทำไมล่ะฮะ! ผมถาม....เรนไม่ได้ยินรึไง!”
“……………..” ริมฝีปากที่กรุ่นกลิ่นจางๆของบุหรี่ ไร้สรรพเสียงที่จะเอื้อนตอบคำถาม ประสาทสมองสั่งให้เขาต้องทำอย่างนั้น สั่งให้ความเงียบงันเป็นทุกคำตอบที่ชินต้องการ.....ฮนโจ เรน....ทำได้เท่านี้เอง
“เราพอแค่นี้เถอะฮะ.......เรน” น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับจะหมดแรงลงเอาซะดื้อๆ เช่นเดียวกับจังหวะหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นไหวแผ่วเบาเสียยิ่งกว่าอากาศ ดวงตาคมปลาบของเรนกระตุกวาบทันทีที่ได้ยิน หันมาสบตากับร่างเล็กอย่างตื่นกลัว
“ชิน! นายบ้าไปแล้วรึไง รู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไรออกมา!!”
“รู้สิฮะ ผมยังมีสติดีพอ! ผมไม่อยากให้เรนต้องลำบากใจ ไม่อยากให้เรนต้องมาพะวงว่าจะแก้ตัวกับนานะยังไง ผมอึดอัด” ดวงตากลมหวานแดงก่ำ แก้มเนียนเปื้อนอาบหยดน้ำตาที่หยาดรินจนผิวบางร้อนผะผ่าว ก่อนที่สัมผัสของร่างกายอุ่นจะรวบกอดคนตัวเล็กเอาไว้อย่างปลอบประโลม
“ฉันไม่อยากยืนอยู่โดยที่ไม่มีนายหรอกนะชิน.......ขอร้อง” มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ จรดริมฝีปากที่หน้าผากเนียนอย่างอ้อนวอน ทั้งที่ปลายเท้ายังเหยียบมวนบุหรี่จนแทบจะแหลกยับเป็นผงธุลี ทว่าเรนกลับไม่รู้สึกถึงความปวดแสบปวดร้อนจากเปลวไฟที่ซึมผ่านเนื้อหนังเปล่าเปลือยเลยแม้แต่น้อย ถึงจะเคยย้ำคำถามกับตัวเองบ่อยครั้งว่า......หากไม่มีชินคอยอยู่ข้างๆ หรือวันใดที่เขาต้องเลือกระหว่างนานะกับชิน.....เขาจะเลือกใคร? จะต้องทำยังไงถึงจะตัดสินใจได้?
ทว่าตอนนี้แค่เพียงได้ยินวาจาตัดรอนจากปากของร่างเล็ก หัวใจที่สั่นไหวก็นิ่งวูบราวกับถูกถาโถมด้วยแรงหนักๆ กระแทกให้ดับดิ้นเจียนแหลกสลาย จะแน่ใจได้รึยัง.......ว่าควรเลือกให้ใครยืนเคียงข้าง......แล้วเลือกให้ใครต้องเป็นฝ่ายไป?
“เรน.....ซุปเต้าเจี้ยวนายได้แล้วนะ!”
TBC.