SF-My-First-Love

[SF] SP.My First Love [YooSu]

posted on 29 Apr 2008 23:07 by evencyeve  in SF-My-First-Love

** กด F5 ด้วยค่ะพี่น้อง!!

Title :
Special part of  ‘My First Love’
Author : Evencyeve
Couple : Yuchun X Junsu Ft.MinRic / YunJae


--------------------------------------------------------------------

ยูชอน...ชางมินอยู่มั้ย? 

เสียงใสกรอกผ่านปลายสายโทรศัพท์กระแทกใบหูทะลุโสตประสาทของชายหนุ่มเจ้าของเครื่องมือสื่อสารสีเงินวาว ใบหน้าหล่อตีสีหน้าไม่พออกพอใจอยู่ในที หรี่กรอบสายตาลง หันไปทางบุคคลที่ถูกถามถึง ซึ่งนั่งอยู่อีกฟากฝั่งของมุมห้อง ขมวดหัวคิ้วฉับด้วยความสงสัยขุ่นเคือง ก่อนจะตั้งสติตอบคำถามกลับไป

อยู่...ถามถึงมันทำไม?

พี่บอกชางมินเปิดมือถือหน่อยสิ ผมโทรหาไม่ได้

โทรหา?ยูชอนทวนคำเสียงแผ่ว โทรหาทำไม อยากพูดอะไรก็บอกผ่านพี่มาสิ เดี๋ยวบอกต่อให้ พี่ชายแสนดีที่มีจิตคิดห่วงน้องชายยิ่งชีพออกปากอาสาจะเป็นไปรษณีย์ส่งสารให้ แต่กลับถูกน้ำเสียงดุดันตวัดตอกให้ยิ่งเจ็บยอกในอก

ก็ผมไม่อยากพูดกับพี่หนิ!” ยูฮวานกระแทกเสียงดังพอจะทำให้พี่ชายคนดีจับโทรศัพท์มือถือที่แนบใบหูอยู่ออกไปวาดเล่นกลางอากาศได้ชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยประโยคคำสั่งเฉียบขาด เรียกชางมินให้ผมหน่อย จะคุยด้วย!”

ทำไมพี่ต้องเรียก? ยอกย้อนด้วยคำถาม ปาร์คยูชอนไม่ใช่ผู้ชายที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เพราะไม่ว่าจะประเมินความสัมพันธ์ด้านไหนๆ ยูฮวานก็ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งกับชางมินมากพอที่จะพูดคุยกันตามลำพังสองคนโดยไม่มีเขาผู้ซึ่งเป็นพี่ชายคอยประจักษ์รับฟังอยู่ด้วย ริมฝีปากอิ่มเต็มเผยรอยยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวเมื่อเสียงลมหายใจฮึดฮัดเล็ดรอดจากปลายสายส่งมา บ่งบอกให้รู้ว่าน้องชายสุดที่รักยอมเชื่อฟังเขาแต่โดยดี ไปอาบน้ำได้แล้วไป สายจนป่านนี้ เดี๋ยวก็ไปซ้อมไม่ทันหรอก

พี่จะไม่เรียกใช่มั้ย? ยูฮวานถาม ไม่ได้ต้องการคำตอบแต่อย่างใด เมื่อพี่ชายไม่ยอมทำตามคำขอ ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องง้อให้เสียเวลา ได้...งั้นอีกสามสิบนาทีเจอกัน!”

ริกกี้ เจ้าริก เดี๋ยว! อย่าเพิ่งวาง ฮัลโหลๆ!!” นั่นไง...เชื่อฟังดีๆเป็นที่ไหนกันล่ะ ยูชอนถอนหายใจ หลังจากที่ส่งเสียงตะโกนเรียกชื่อน้องชายให้ลั่นบ้านจนจุนซูหันมาตวัดสายตามองเพราะกำลังใช้สมาธิอย่างแน่วแน่เพ่งพินิจหน้าจอคอมพิวเตอร์อัพเลเวลเกมด้วยความตั้งใจ

ริกกี้โทรมามีอะไรหรือฮะพี่? ชางมินโพล่งถาม วิ่งรี่เข้ามาหาทันทีที่ได้ยินชื่อยูฮวานหลุดรอดออกมาจากปากยูชอน

เกี่ยวอะไรกับแก 

ก็......ไม่เกี่ยว แต่อยากรู้ ตอบยียวนให้คนฟังชักสีหน้าไม่พอใจ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ผมโทรไปถามเองก็ได้ ไม่พูดเปล่า มือยาวยังล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงที่ยังไม่ได้กดเปิดเครื่องรับสัญญาณขึ้นมากด เรียกหมายเลขคุ้นตาที่จำได้ขึ้นใจโทรออกทันที แต่หามีผู้รับสายไม่ เพราะอีกฟากฝั่งปลายสายกำลังเร่งรีบอาบน้ำแต่งตัวเร็วพลัน

นี่! ใครอนุญาตให้แกโทรหาน้องฉันห๊ะ!!”

อนุญาตตัวเอง

มีสิทธิ์อะไรมิทราบ?

สิทธิ์? ผมจำเป็นต้องบอกพี่ด้วยหรือครับ? ใบหน้าหล่อยิ้มยียวนกวนประสาท มือยังจับโทรศัพท์แนบหูไม่ยอมวาง ปากก็พูดจากำกวมกวนอวัยวะเบื้องต่ำของยูชอนให้อารมณ์ฉุนเฉียวยิ่งพุ่งปะทุหนัก

วางสายเดี๋ยวนี้เลยนะชางมิน!”

เอ๊...พี่หนิ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย

ฉันบอกให้แกวางสาย!”

ไม่วาง

วางเดี๋ยวนี้!”

ยูชอนนั่นแหละวาง!!” เสียงแหลมสูงหวีดร้องสั่งด้วยความโมโห ดวงตาโตวาวตวัดมองเป็นครั้งที่สองแต่ยาวนานกว่า ราวกับจะระเบิดโทสะที่เก็บกักเอาไว้ให้เจ้าของร่างสูงโปร่งต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก
เก็บปากวางไว้ใต้จมูกนิ่งๆเป็นมั้ยห๊ะ!! แหกลิ้นไก่พูดสั่งคนอื่นอยู่ได้ รำคาญ!!” 

ก็อากาศมันร้อนนี่ครับจุนซู๊~” เหตุผลที่ยกมาอ้างฟังดูอาจจะมิได้เกี่ยวข้องกับประโยคเชือดเฉือนใจของจุนซูซักเท่าใดนัก แต่ถ้าหากพิจารณาดีๆจะพบสัจธรรมที่เห็นว่าสามารถประกอบเป็นเหตุผลที่ลึกซึ้งถ่องแท้ได้ไม่แพ้กัน


...อากาศมันร้อน.....ปาร์คยูชอนเลยเป็นบ้า ลุกขึ้นมายืนเห่าได้ไม่เลือกหน้าฉะนี้แล...


ร้อนก็ไปกระโดดน้ำแช่ปลักแช่โคลนสิ!! ใครดึงเชือกไว้ไม่ทราบ!? บทเปรียบเทียบพร้อมคำแนะนำแบบถึงพริกถึงขิงทำเอาใบหน้าหล่อหงิกหงอลงไปทันที ยูชอนโหด...จุนซูโฉดยิ่งกว่า ด่าได้เจ็บแสบแปลบปลาบในอกเหลือหลาย พอถูกซัดถ้อยคำเปรียบเปรยเข้าหู ยูชอนก็เตรียมจะหันไปสวดชางมินต่อ ทว่าเจ้าน้องเล็กตัวดีกลับหนีหายเข้าห้องนอนลงกลอนประตูเสร็จสรรพเรียบร้อย สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือลากสังขารกลับไปทิ้งตัวลงนั่งหน้าจอทีวี ไม่มีสิทธิ์จะปริปากบ่นพร่ามอะไรอีก รอเวลาที่น้องชายสุดที่รักเหยียบย่างเข้ามา เตรียมพร้อมจะเป็นไม้กันหมาในทุกรูปแบบ
!

ไม่ช้าไม่นานเสียงออดหน้าบ้านก็สะกิดโสตประสาทให้ร่างสูงโปร่งแทบจะถลาวิ่งไปยังบานประตู ดวงตาเรียวรีช้อนกรอบสายตาขึ้นมองหน้าพี่ชาย ก่อนจะหันไปเอ่ยทักทายกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

มาแล้วชางมิน วันนี้ไปกินไอติมกันนะ!” น้ำเสียงเริงร่าบวกกับหน้าตาสุดแสนจะอารมณ์ดียิ่งทำให้ยูชอนขมวดหัวคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคือง ร่างเล็กบางของยูฮวานเดินเบียดตัวผ่านช่องประตูเข้ามาหาคนถูกทักถามโดยไม่แม้แต่จะสนใจไยดีพี่ชายเลยสักนิด 

นี่ๆๆ ให้มันน้อยๆหน่อยสิ พี่ชายยืนหัวโด่อยู่ทั้งคน แล้วนั่นไปจับมือถือแขนกับมันทำไมกันห๊ะ!?” สายตาคมตวัดแว่บ ไวพอกับมือใหญ่หนาที่วาดหวือไปกระแทกเอานิ้วเรียวที่เกาะเกี่ยวระหว่างน้องชายสุดรักสุดหวงกับเจ้าตัวแสบชิมชางมินที่โดนหมายหัวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานออกจากกันแบบปัจจุบันทันด่วน

ก็อยากจับ!” ตอบสั้นๆแต่ได้ใจความ หนำซ้ำยังคว้ามือใหญ่ของชางมินมาโอบเอวบอบบางเสียอีก ยูชอนเห็นก็ตั้งท่าจะทักท้วง แต่หาได้มีฝีปากไวหวือคล่องปรื๋อเหมือนมือเท้าไม่ จึงได้จังหวะที่น้องชายจะส่งสำเนียงเสียงกล่าวออกมากระแทกจิตใจให้ยิ่งขุ่นเคือง วันนี้ผมขอยืมชางมินไปเที่ยวเป็นเพื่อนหนึ่งวันนะครับพี่ชาย~”

เที่ยว?.. ทวนคำไม่เชื่อหู วันนี้นายมีซ้อมไม่ใช่รึไง กลับไปเลยไป จะไปเที่ยวทำไมให้เสียเวลา

ลาป่วย ผมบอกครูสอนเต้นไปแล้วว่าไม่สบาย ขอพักซักวันแล้วจะไปซ้อมซ่อมทีหลัง 

ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้!”

ทำไม?! ก็ผมอยากไปเที่ยวนี่นา

ก็บอกว่าไม่ให้ไปไงเล่า!”

ผมจะไป! แล้วชางมินก็ต้องไปกับผมด้วย

ไม่ให้ไป!”

จะไป!”

ไม่ให้ไป!”

จะไป!”

ไปทำไม?!”

ไปเดท!

ห๊ะ!!”
น้ำเสียงแหบห้าวอุทานเสียงสูงด้วยความตกใจ ประกอบกับดวงตาวาวคมที่มองสบอย่างสงสัย ยูฮวานเลยจำต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากชางมินก่อนที่ปาร์คผู้พี่จะทันได้ทักท้วงความผิดปกติในคำตอบ

ผมกับยูฮวานเรา......กำลังคบกันอยู่ครับ ชิมชางมินยืดอกยอมสารภาพความจริงด้วยมาดเต็มแมน เด็กหนุ่มก้าวขาออกมายืนประจันหน้ากับยูชอนโดยไม่เกรงกลัว ยังไงความจริงก็คือความจริง จะบอกตอนนี้หรือตอนไหนๆก็ต้องรับรู้ ถ้ามัวแต่หลบๆซ่อนๆอยู่ทั้งที่อยากปฏิบัติตัวทำหน้าที่เป็นคนรักแบบเปิดเผยเสียเต็มประดา คงมีแต่จะทำให้ยูฮวานเจ็บช้ำใจไปเสียเปล่า สู้ออกปากเต็มเสียงว่า....เราคบกัน....ให้คนอื่นรับรู้กันถ้วนทั่วไม่ดีกว่าหรือ

คบกัน? คำพูดทวนซ้ำให้ชอกช้ำระกำใจพี่ชาย หาใช่น้ำเสียงของยูชอนไม่ แต่เป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกลที่ก่อนหน้ายังนั่งเล่นเกมอยู่ต่างหาก ฐานะอะไร?

คนรักครับ ชางมินตอบเสียงดังฟังชัด แต่เหมือนกระแทกหมัดหนักๆเข้าหน้าผากปาร์คยูชอนจนวิญญาณหลุดล่องลอยหายไปกับอากาศเสียอย่างนั้น

นานเท่าไหร่แล้ว?

เมื่อวานนี้ครับ

เมื่อวาน?...คงไม่ใช่ว่าพวกนาย... จุนซูหรี่ตามองด้วยความสงสัย แต่ใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆกลับลอยคว้างเหมือนโดนจับเหวี่ยง ยูชอนไม่ได้ปริปากถามไถ่ให้มากความ กลับเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรง

...ป...เปล่านะ พวกเราไม่ได้มีอะไรกันซักหน่อย ยูฮวานละล่ำละลักจะแก้ตัว แต่ความผิดกลับวิ่งวกกลับมาหาตัวเสียเอง

พี่ยังไม่ได้ว่าเราเลยนะ...ว่าแอบไปมีอะไรกันรึเปล่าจุนซูท้วง

ผม....เอ่อ...

จะไปไหนก็ไปเถอะ พี่ไม่ห้ามเราหรอก...ยูฮวาน เสียงทุ้มนุ่มที่ดูคล้ายกับไร้กำลังเรี่ยวแรงบอกแผ่วเบาแต่ชัดเจน ริมฝีปากอิ่มเต็มระบายลมหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ยูชอนไม่ได้หันกลับมาสบตาน้องชายแม้สักนิด เอาแต่ก้มหน้านิ่งเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก จริงอยู่ว่าเขาทั้งหวงทั้งห่วงยูฮวานมาก จะกินจะนอนยังไงก็ต้องนึกถึงอยู่เสมอ ถึงเด็กดื้อจะคบผู้หญิงหลายคนจนน่าปวดหัว สร้างเรื่องวุ่นวายใจเป็นประจำ แต่ยูชอนก็ไม่เคยถือโทษโกรธน้องเลยสักครั้ง คงเพราะเขาเป็นพี่ชาย....พี่ชายเพียงคนเดียวที่ต้องคอยให้ความรักความเข้าใจ แต่พอถูกใครเข้ามาแบ่งปันเอาความสำคัญจากส่วนนั้นไป จึงรู้สึกคล้ายกับว่าความมีตัวตนในสายตาน้องชายจางหายไปด้วย...ทำใจไม่ได้


...ท้ายที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาต้องปล่อยมือน้องให้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือกแล้วสินะ...


ยูชอน....ผม... ถ้าคนเป็นพี่แสดงสีหน้าท่าทางว่าโกรธเคืองดุด่าซักนิด ยูฮวานจะไม่กังวลใจเลย เขารู้...รู้จักยูชอนดี ต่อให้ทำตัวแย่แค่ไหน พี่ชายก็ไม่เคยดุด่าหรือว่ากล่าวให้เจ็บช้ำแม้แต่น้อย แต่ความเสียใจข้างในนั้น เด็กหนุ่มก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

ชางมิน พายูฮวานออกไปข้างนอกก่อนนะ เย็นๆค่อยกลับมาคุยกันใหม่

แต่... เสียงใสของคนตัวเล็กทำท่าจะค้าน ทว่าจุนซูกลับส่ายหน้าบอกเป็นเชิงว่าไม่ควรพูดอธิบายอะไรในตอนนี้ เขารู้ดีว่าคนรักต้องการทำใจ ต้องใช้เวลาทำใจที่จะยอมรับ ไม่ใช่ว่ายูชอนไม่ยอมรับชางมินในฐานะคนรักของน้อง แต่ยูชอนต้องยอมรับให้ได้ว่า....ชางมินคือคนที่น้องรัก คือคนที่จะเข้ามามีความสำคัญไม่แพ้ยูชอนอีกคน ถึงยูฮวานจะเคยมีแฟนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มันต่างกันโดยสิ้นเชิง 

...คงเพราะชางมินเป็นคนใกล้ตัว ยูชอนต้องคอยรับรู้ ต้องคอยรู้เห็นทุกครั้งที่คนสองคนแสดงความรักต่อกัน อย่างน้อยๆคนเป็นพี่ก็ต้องทำใจถึงการปฏิบัติตัวนั้นแบบเปิดเผย ไม่คิดน้อยใจ ต้องทำใจให้ได้ว่าตัวเองจะต้องแยกแยะฐานะให้ออกระหว่าง....คนรัก....กับ....พี่ชาย

ยูชอน... จุนซูเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ค่อยๆหย่อนกายลงนั่งข้าง มือบางจับที่ต้นขาคนฟังเพื่อปลอบประโลม ใบหน้าที่ก้มนิ่งจึงค่อยเงยขึ้นสบตา เรารู้นะว่ายูชอนเป็นห่วงน้อง แต่น้องโตแล้วนะ เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกคนรักด้วยตัวของเขาเอง

แต่ถ้าต้องเห็นน้องเอาใจใส่คนอื่นต่อหน้าเราทุกวัน มันทำใจไม่ได้นะจุนซู เหมือนถูกแย่งเอาความรักไปยังไงอย่างงั้นเลย เสียงพูดแผ่วเบาหยุดไปก่อนจะเค่นหัวเราะในลำคออย่างฝืดๆ ความคิดเหมือนเด็กเลยใช่มั้ยล่ะ ฉันรู้...จุนซู รู้ว่าฉันเห็นแก่ตัว จริงๆยูฮวานก็เคยมีคนรัก มีมากกว่าฉันเสียอีก แต่มันไม่เหมือนกับครั้งนี้ตรงที่ชางมินเป็นผู้ชาย ไม่เหมือนกันตรงที่คนรักคนอื่นๆของน้อง ฉันไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือรับรู้การกระทำที่ต้องปฏิบัติต่อกันอยู่ตลอดเวลา แต่กับชางมิน....พวกเราผูกพันกัน มันอดไม่ได้ที่จะอิจฉาเวลาที่เห็นน้องให้ความสำคัญด้วย

บ๊อง~ ที่แท้ก็กลัวเขาจะแย่งความรักไปนี่เอง จะบอกอะไรให้นะยูชอน ถ้าชางมินคือคนที่เข้ามาแย่งความรักของยูฮวานไปจากนาย งั้นนายก็เป็นคนที่เข้ามาแย่งความรักของเราไปจากพี่จุนโฮน่ะสิ จริงมั้ย? จุนซูเปรียบเทียบ วาดรอยยิ้มประดับบนริมฝีปากแดงฉ่ำ ลองมองมุมใหม่สิ ความรักของยูฮวานที่มีให้นายคือแบบที่น้องชายให้พี่ชาย ส่วนความรักที่ให้ชางมินก็คือคนรักให้กับคนรัก เห็นมั้ยว่ามันต่างกัน เขาสร้างความรักขึ้นมาใหม่ในรูปแบบที่ต่างกัน แล้วก็มอบให้คนต่างคน ไม่ได้แบ่งเอาของใครมาใส่ให้ใครซักหน่อย

แต่...

ไม่ต้องมาเถียง........นายต้องทำใจ ต้องยอมรับให้ได้ เพื่อความสุขของน้อง ปาร์คยูชอนต้องทำได้สิ จริงมั้ย? จุนซูขอคำมั่นสัญญาด้วยแววตา กลีบปากบางผุดรอยยิ้มกริ่มเมื่อยูชอนจนใจจะโต้เถียง เอนศีรษะลงพิงกับไหล่กว้าง ยูชอนรู้มั้ย ทำไมเราถึงสร้างความรักแบบคนรักให้ยูชอน ทำไมเราถึงคิดกับยูชอนมากกว่าเพื่อนธรรมดาทั่วไป...

ทำไมหรือ?

เพราะยูชอนเป็นยูชอนแบบนี้ไง ขี้น้อยใจ แต่ก็เป็นห่วงคนอื่นเสมอ เรารู้นะว่าทำไมยูชอนถึงไม่ดุน้อง จุนซูหยุดพูด เปลี่ยนจากเอนศีรษะพิงไหล่ มานอนหนุนตักคนฟัง เพราะยูชอนกลัวน้องไม่รักตัวเอง กลัวน้องไม่สบายใจใช่มั้ยล่ะ เป็นห่วงเขา แต่ก็กลัวเขาไม่เห็นเราอยู่ในสายตาล่ะสิว่าอย่างรู้ทันจนถูกบีบจมูกรั้นเข้าให้หนึ่งที แต่ก็เรียกรอยยิ้มบางจากริมฝีปากอิ่มเต็มของคนตัวสูงได้ไม่น้อย

ไม่ได้เป็นแบบนั้นกับยูฮวานคนเดียวซักหน่อย 

จะบอกว่าเป็นกับเราด้วยงั้นสิ?

เปล่า

เอ๊ะ!”

เปล่าโกหก... ยูชอนยิ้ม เกลี่ยเส้นผมนุ่มออกจากดวงหน้าขาว โน้มจมูกลงมาสัมผัสกับสันจมูกเรียว ถูไปมาเบาๆเพื่อหยอกเย้า ก่อนจะละใบหน้าออกห่างพอให้มองเห็น จุนซูอยู่ในสายตาฉันตลอดเลยนะ แล้วฉันก็เห็นตัวเองอยู่ในสายตานายด้วย นายเห็นตัวเองอยู่ในสายตาฉันมั้ย?นิ้วชี้ใหญ่ชี้ขึ้นมาที่ตาตัวเองให้จุนซูลองมองเข้ามาบ้าง

ไม่เห็น

อ้าว...

ก็หน้านายอยู่ไกลนี่นา สายตาฉันไม่ดี ก้มลงมาหน่อยสิ มือเล็กจับใบหน้าคมให้โน้มลงมาอีกครั้ง จ้องตาด้วยความตั้งใจ เงาสะท้อนในดวงตายูชอนทำให้จุนซูหัวเราะคิกชอบอกชอบใจใหญ่ อ๊ะ...มีคนน่ารักอยู่ในตานายด้วย

งั้นในตานายก็มีคนหล่ออยู่ข้างในน่ะสิยูชอนว่า ชมตัวเองบ้าง

ใครว่า...ไม่เห็นหล่อซะหน่อย ริมฝีปากแดงบิดเม้ม ก่อนจะยิ้มอารมณ์ดี ใช้นิ้วชี้เล็กเรียวดันสันจมูกคมขยายรูจมูกนั้นให้ใหญ่หราขึ้น ดูสิ หน้าเหมือนหมูเลย รูจมูกบ๊าน...บาน ฮะฮะ จุนซูหัวเราะร่าเมื่อทำหน้าคนรักให้กลายร่างเป็นตัวตลก รอยยิ้มหวานฉ่ำทำให้ยูชอนยิ้มตามได้ไม่ยาก หนำซ้ำยังบ้าจี้เล่นตามคนรักด้วยการขยับปากอิ่มเต็มย่นขึ้นให้ยิ่งเหมือนหมู แฟนใครน้า หน้าตาน่าเกลียดแบบนี้เนี่ย

แฟนคิมจุนซูครับ ตอบตรงประเด็นไม่มีอ้อมค้อม ทำให้จุนซูหรี่ตามอง เปลี่ยนมือมาจับที่ปลายหางตา ดันขึ้นจนหนังตาบางของยูชอนหรี่หยีลงเป็นขีด

ใครชื่อคิมจุนซูน้า?~” เสียงใสถามต่อ แก้วตากลมกลอกกลับไปมาน่าเอ็นดู จนยูชอนต้องใช้มือช้อนศีรษะเล็กขึ้น โน้มหน้าลงไปหอมแก้มขาวฟอดใหญ่ อ๊ะ....ไม่ตอบคำถามแล้วยังจะมาฉวยโอกาสอีกดวงตาวาวตวัดเคืองๆ ค้อนด้วยการหันใบหน้าหวานหนีไปอีกทาง

คิมจุนซูก็เป็นแฟนปาร์คยูชอนไงครับ พอได้ยินคำตอบ จุนซูก็หันกลับมาจับริมฝีปากร่างสูงแยกออกให้กว้างขึ้น ไหนดูซิ อมพระมาพูดรึเปล่าเนี่ย

อมไม่อมก็เชื่อถือได้ เพราะมันออกมาจากตรงนี้ มือใหญ่จับมือเล็กวางทาบลงกับอกซ้าย กดแรงๆจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น แก้มขาวนวลขึ้นสีแดงปลั่ง ก้มหน้าหลบด้วยความเขินอาย

สบายใจขึ้นแล้วใช่มั้ย?

อื้อ... พยักหน้าตอบ จับแก้มอิ่มอูมเบาๆอย่างทะนุถนอม จุนซูยิ้ม เอาหน้าผากเนียนถูกไปมากับหน้าผากใสปิ๊งของคนรัก คนสองคนหยอกล้อต่อกระซิกกันที่โซฟาอย่างน่าเอ็นดู เพราะมีอีกฝ่ายคอยเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย คอยอยู่เคียงข้างยามทุกข์ใจ อะไรๆที่ย่ำแย่ในจิตใจจึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี รอยยิ้มหวานฉ่ำที่มอบผ่านริมฝีปากให้แก่กัน คนมองตระหนักดีว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนออกมาจากหัวใจ ต้องเก็บรักษาไว้ให้นานเท่านาน...

- - - - - - - - - - - - - -  

โต๊ะอาหารขนาดกะทัดรัดถูดจัดวางด้วยจานอาหารหลากรสฝีมือคนสวยประจำบ้าน เป็นยุนโฮที่นั่งประจำที่ก่อนใคร กวาดสายตามองหากับข้าวจานโปรด พลันมือใหญ่ก็ถูกตีเข้าแรงๆด้วยมือบาง แจจุงถลึงตาตอบกลับไปเป็นเชิงสั่งว่าห้ามหยิบจับหรือลิ้มชิมรสกับข้าวจานใดก่อนใครอื่น 

กับข้าวฝีมือพี่แจจุงนี่น่ากินจังเลยนะครับ ยูฮวานเอ่ยปากชม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้โดยมีชางมินนั่งข้าง เด็กหนุ่มเหลือบตามองมาทางพี่ชายคล้ายกับจะลองหยั่งเชิงอารมณ์

น่ากินก็กินให้เยอะๆก็แล้วกัน

ครับ ริมฝีปากบางยิ้มตอบ รับคำอย่างว่าง่าย นั่งตักกับข้าวเข้าปากเงียบๆเมื่อเห็นว่ายูชอนไม่ยอมพูดจาอะไร คงเสียใจไม่ใช่น้อยที่การห้ามปรามไม่เป็นผล เด็กหนุ่มจึงไม่กล้าสะกิดต่อมให้คนเป็นพี่อารมณ์เสีย ทว่ากลับยิ่งสร้างบรรยากาศในห้องครัวให้ยิ่งเย็นเยียบจนน่ากลัว

ยูชอน... จุนซูใช้ศอกสะกิดแขนคนรัก เจ้าของใบหน้าหล่อก็หันกลับมามอง พอเจอดวงตากลมใสมองตอบ รอยยิ้มกริ่มก็กลับวาดระบายที่ริมฝีปากอิ่มเต็มทันที

ริกกี้... เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความงุนงงสงสัยเมื่อคนเอ่ยเรียกเป็นพี่ชาย ถ้าเจ้าชางมินทำนายเสียใจเมื่อไหร่ก็ตั๊นหน้าให้หงายไปเลยนะ อย่ายอม...เข้าใจมั้ย?

อ้าวพี่ ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะชางมินท้วง แต่ก็แอบดีใจลึกๆที่ยูชอนยอมเข้าใจ และยอมรับในความสัมพันธ์ของเขากับยูฮวาน

ก็ฉันหมั่นไส้แกนี่หว่า.....อย่าริอาจมาทำน้องฉันเสียใจเชียวนะแก ไม่งั้นไม่ตายดีแน่

ทำไมห๊ะ? แกจะทำอะไรชางมิน?!!” เสียงแหลมหวีดร้องแทรกถามขึ้นมาทันที เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากคิมแจจุง น้องเล็กสุดหวงโดนคาดโทษแบบนี้ มีหรือที่แม่คนสวยจะไม่ออกโรงปกป้องเป็นเกราะกำบังให้ คงมีแต่ยุนโฮที่ยังนั่งตักข้าวเข้าปากสบายใจเฉิบ ไม่ได้ออกอาการทุกข์ร้อนใดๆเฉกเช่นที่ภรรยาคนสวยเป็นเลยสักนิด

อย่าเผลอก็แล้วกัน

เอ๊ะ!... แจจุงออกอาการจี๊ดขึ้นสมองเมื่อยูชอนยังทำเฉยไม่ตอบคำถาม หนำซ้ำยังตั้งหน้าตั้งตากินไม่ได้สนใจไยดีคนสวยเลยสักนิด ทุกคนในโต๊ะอมยิ้มตามเมื่อเห็นผู้ปกครองเด็กสองฝ่ายกำลังทำสงครามประสาทกันกลางโต๊ะอาหาร แจจุงลุกพลวด หยิบได้ทัพพีตักข้าวขึ้นมาชี้หน้าด่า หนอยแน่ะ...คิดจะบี้ลูกชายฉันเรอะ ตายซะเถอะไอ้ยูชอน ฉันไม่ปล่อยให้แกลอยหน้าลอยตาคอยจับผิดคิดร้ายกับความรักลูกชายฉันหรอก!!!”

เฮ่ย!!” แจจุงวิ่งไล่ ยูชอนก็วิ่งหนี ไม่ลืมถือจานข้าวติดมือไปด้วย


...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถ้าจะตายก็ขอให้อิ่มท้องก่อนตายล่ะวะ!!...

Fin.