SF-Sex-in-car

[SF KiHae] Love Berry Sex in car!! [03] Part End

posted on 24 Mar 2007 13:47 by evencyeve  in SF-Sex-in-car

Title: Love Berry Sex in car!! [03]
Author:
Evencyeve
Genre:
Yaoi Erotic
Pairing:
KiHae [Kibum x Donghae]



[03]





ปี๊ดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆ




โจคยูฮยอนสะดุ้งโหยง นี่ตกใจเสียงแตรรถตัวเอง รึว่าเสียงสวดส่งของใครแถวนี้กันแน่นะ? ตาคมดุมองส่งมาที่ใบหน้าหวานน่ารักของคนข้างกาย เอื้อมไปกุมมือนุ่มนิ่มเอาไว้ ใช้ความเงียบงันเป็นตัวบอกกล่าวแทนบทสนทนาทั้งมวล

มีอะไรเหรอคยู......ทำไมต้องบีบแตรแล้วจอดรถด้วยล่ะ? ดวงตาใสเป็นประกายมองตอบกลับมา ถามเบาๆอย่างนึกห่วงใย

ซองมิน เห็นรถคันข้างหน้าเรามั้ย

อืม......เห็น ทำไมเหรอ? ใบหน้าเรียวเล็กพยักหงึกหงัก งุนงงกับคำถามของร่างสูง เอียงคอน้อยๆน่าเอ็นดูจนใจหวิวๆแทบจะคุมกายไว้ไม่อยู่

คุ้นๆรึเปล่า.......เหมือนจะเคยเห็นป้ายทะเบียนนี้ที่ไหน?

ที่ไหน? คิ้วเรียวขมวดมุ่น เพ่งมองรถคันข้างหน้าที่จอดนิ่งอย่างพยายามนึกภาพคุ้นตาที่เคยผ่านเข้ามาในหัว แล้วก็ส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบ

"
ผมว่ามันแหม่งๆ..........เหมือน......? เสียงโทรศัพท์แผดร้องดังก้องทำให้ดวงตาคมคายต้องหยุดพิจารณาภาพตรงหน้า  แล้วหันกลับมารับสายโทรศัพท์แทน ซองมินนั่งทำตาแป๋วจ้องป้ายทะเบียนรถที่ร่างสูงพยายามนึก ทว่ามือเล็กกลับสะดุ้งโหยงเมื่อท้ายรถคันงามมีแรงกระตุกโยกเบาๆ

ครับ.....ผมอยู่กับซองมิน กำลังจะกลับบ้าน แต่คงไปหาอะไรทานก่อน นานหน่อยนะฮะกว่าจะไปถึง......ครับๆ ได้ครับ

คยู.........มือเล็กสะกิดดึงแขนเสื้อยืดของคนรักเบาๆ นิ้วก็ชี้ไปที่รถคันข้างหน้าอย่างขลาดกลัว

อะไรเหรอ.......หื้ม.....?

ระ.....รถ.....มันโยกอ่ะ

รถโยก......รถไหน......โยกยังไง? ซองมินส่ายหน้าไปมา ก้มงุดๆ กอดแขนร่างสูงเอาไว้แน่น

ก็รถคันข้างหน้าไง......มีผีรึเปล่าอ่ะคยู?!?” 

ไม่มีหรอก สงสัยมีคนอยู่ในนั้น เดี๋ยวผมลงไปดูเองนะ เผื่อจะได้ถามเจ้าของรถด้วยว่ารถเสียรึเปล่า คยูฮยอนตบเบาๆที่หลังมือน้อย ส่งรอยยิ้มอุ่นๆมาให้ แต่ใบหน้าหวานก็ยังฉายแววตื่นกลัวอยู่ดี

ไปด้วยสิ ฉันอยู่ในรถคนเดียว มันน่ากลัว ลำแขนแข็งแกร่งกอดประคองร่างคนรักเอาไว้แน่น ก้าวขาเดินเข้าไปดูป้ายทะเบียนรถใกล้ๆ ยังติดใจตัวอักษรคุ้นตาอยู่ไม่หาย คิบอมสะดุ้งเฮือก ทาบริมฝีปากปิดเสียงครางเบาๆของดองเฮเอาไว้ กดร่างบางหายลงไปในเงามืด

อื้ออออ....!!” อ้อมแขนอุ่นๆตรึงเอวขาวไว้แน่น ซุกหน้าลงคลอเคลียกับแก้มนุ่ม สูดกลิ่นหอมกรุ่นจางๆจากไรผม พาเรือนกายบอบบางหนีสายตาจากคนภายนอกที่จ้องมอง

มีใครมั้ยคยู ฉันมองไม่เห็นเลย

กระจกมันทึบ......ผมก็มองไม่เห็น สงสัยจะไม่มีคนอยู่ เขาคงโบกรถกลับไปแล้วมั้ง

แต่.......

หื้ม....? ทำไมเหรอ? คิ้วเข้มเลิกมองเสี้ยวหน้าหวาน หัวเราะเบาๆกับแววตาตื่นกลัว ก่อนที่มือหนักๆจะตบลงบนกระจกทึบของรถคันงาม เล่นเอาคิบอมยิ่งออกแรงกดกอดร่างบางเอาไว้แน่นเป็นเท่าตัว 

ผมว่าซองมินตาฝาดไปมากกว่านะครับ

ไม่นะ ฉันไม่ได้ตาฝาดซักหน่อย คยูก็..... คิบอมเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับคำพูดปฏิเสธเสียงหวานของซองมิน แต่ก็ยังไม่วายฝังจมูกคมลงบนผิวเนื้อเนียน  ให้ดองเฮสะดุ้งไหวอยู่เป็นระรอก

อา........คิ......อื้ออออ.... เรียวปากบางถูกปิดด้วยสัมผัสร้อนรุ่ม เก็บกลืนทุกสรรพเสียงที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย คิบอมไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าจูบ เพราะในหัวคิดเพียงแค่ว่า...เกิดคยูฮยอนได้ยินเสียงครางหวานๆแว่วออกมา หมอนั่นต้องไม่หยุดแค่สงสัยเป็นแน่!

ผมไม่ยักกะเห็นอะไรเลย สงสัยซองมินหิวจนตาลายซะล่ะมั้ง รถไม่มีคนมันจะโยกได้ยังไง

แต่ฉันเห็นนี่นา!!” ดวงตาใสค้อนขวับ สะบัดหน้าเบือนหนีไปอีกทางทันที จนคยูฮยอนต้องรีบรุดเดินเข้ามาง้อ กอดประคองเอวบางเอาไว้ เกยคางให้ใบหน้าหล่อๆชูจมูกโด่งบนบ่าลาด ยิ้มออดอ้อนจนซองมินใจอ่อน

อา........ เสียงครางแว่วๆหลุดออกมาผ่านหูคนชอบแกล้งให้ได้ยินเพียงแผ่วเบา แผงอกบางขาวสะอาดสะท้อนลมหายใจขึ้นลงเป็นจังหวะ เผยอกลีบปากสีสดหอบเอาลมเข้าปอดอย่างอ่อนล้า เย้าให้คิบอมต้องขยับตัวเบียดผิวกายแนบชิดร่างบอบบางเข้าไปอีก

เสียงอะไรอ่ะคยู?.......เหมือน.....

เหมือนอะไรเหรอ? ผมยังไม่ทันได้ยินอะไรเลย แววตาคมปลาบจ้องลึกมองแก้มสีเรื่อที่เจือเลือดฝาดขึ้นน้อยๆ ตามความรู้สึกเขินอาย เสียงที่ซองมินได้ยินยังแว่วอยู่ในหูไม่จาง หากแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากกล่าวข้อสันนิษฐานกับคนรัก 

ชะ....ช่างเถอะ ฉันหูแว่วไปเองแหละ

จริงนะครับ? ดวงหน้าหวานพยักหงึกหงัก ก้มหลบลูกตาสีเข้ม เม้มริมฝีปากน้อยๆพอเรียกความเอ็นดูจากร่างสูง

จะบอกได้ยังไงล่ะว่าเสียงที่ได้ยินน่ะ......มันเสียงหอบกระเส่าเหมือนคนกำลังจะหมดแรงตอน.......

ไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะคยู ฉันหิวแล้วล่ะ นิ้วเรียวเล็กรวบกุมลำแขนแข็งๆที่โอบเอวของตัวเองเอาไว้ คล้องออดอ้อนให้เรือนร่างสูงใหญ่เดินเคียงข้าง ส่งผลให้คิบอมพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอีกครั้ง ลูบเบาๆที่กลุ่มผมนุ่มปลอบร่างเล็กที่หมดแรงแทบไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า

คิ....บอม....มะ.....ไม่....ไหวแล้วนะดวงตาหรี่ปรือเย้ายวนจนใจสั่น เลือดร้อนๆในกายคนฟังกำลังเรียกร้องให้สนองตอบคำอ้อนวอนของร่างบอบบางตรงหน้า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกดจูบแรงๆที่ริมฝีปากแดง พร้อมๆกับเสียงรถอีกคันที่เคลื่อนตัวหายวับไปกับตา

ขยับตัวอีกนิดสิครับดองเฮ 

อืออออ....มะ....มัน....แคบ.....ขะ...ขยับ.......ไม่ได้ เรือนกายผอมบางถูกร่างหนาๆออกแรงดันไปจนติดผนังรถ กดท้ายทอยเล็กให้ซุกหน้าหวานๆเบียดชิด จนแทบจะแทรกเข้ามาเป็นเนื้อเดียวกับสันจมูกคม เรียวลิ้นร้อนรุ่มกระหวัดเกี่ยวแรงๆในปากบาง ราวกับโหยหาสัมผัสแบบนี้มานานปี คิบอมแทบจะรั้งแรงขยับกายเอาไว้ไม่อยู่ ร้อนรนจะใช้มือไวปลดกางเกงตัวเองเกือบไม่ทัน กล่องดวงใจน้อยๆจวนเจียนจะระเบิดเพราะความบ้าคลั่งที่สะกดเอาไว้เมื่อครู่ ถ้าหากซองมินกับคยูฮยอนไม่ไปจากที่นี่เสียในวินาทีนั้น ร่างสูงคงได้อกแตกตายเป็นแน่!

อื้อ!!.....ยะ....อย่ากัดสิ.....ฉันเจ็บ คิ้วเรียวขมวดฉับเมื่อฟันคมฝังลงบนผิวเนื้อนิ่ม หากแต่มือน้อยที่ถูกจองจำก็ไม่อาจตอบโต้อะไรได้ ปลายเล็บแหลมจิกแรงๆลงบนฝ่ามือขาวของตัวเองทดแทนการระบายความเจ็บปวด 

ผมแก้มัดให้นะคนดี หยาดน้ำตาอุ่นรินอาบแก้มเนียนเป็นทาง จนคิบอมต้องยอมขยับแขนไวๆแก้มัดที่ข้อมือขาว ยกเอาลำแขนเรียวเล็กมาพาดไหล่ตัวเอง โอบแผ่นหลังบางเอาไว้แน่น ราวกับหวั่นเกรงว่าร่างทั้งร่างที่กดกอดอยู่จะมลายหายไปกับอากาศ

อ๊ะ!!......อื้อ......คิ.....บอม.... เสียงครางหวานสะท้านไหวตามแรงขยับกาย กดปลายเล็บคมๆลงบนแผ่นหลังแกร่งจนเป็นรอยแดง ฉีกเนื้อกร้านๆจนเผยให้เห็นเลือดสีสดออกมาปะปนกับกลิ่นเหงื่อ ทว่าคิบอมกลับไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนกายเลยแม้แต่น้อย มือใหญ่จับเอวบางพลิกคว่ำหน้าลงนอนกับเบาะรถเย็น เม้มปากขบกัดเบาๆที่ลำคอขาว ส่งให้ดวงตากลมโตฉายแววเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย 

จะ.....อื้อ......เจ็บ!!”

ร้องสิครับดองเฮ.....ร้องดังๆ ถ้าเจ็บก็ร้อง.....นะคนดี เสียงหอบแรงกระซิบเบาๆที่ใบหู กดสะโพกบางเอาไว้แน่น ไม่ให้อีกคนขยับหนี

อ๊ะ!!.......ปะ.....ปล่อย......ปล่อยแขน....ฉัน

ผมช่วยแล้ว อย่าเงียบแบบนี้สิ มือกาวของคิบอมรวบแขนผอมบางไขว้ไว้ที่หลังแน่น ทำให้ปากร้อนๆของดองเฮต้องเผยออ้า รูดเอากลีบปากนิ่มลากไล้ไปบนเบาะรถ ทั้งที่ยังแนบผิวหน้าร้อนผ่าวลงสัมผัสความเย็นเยือกอยู่

อา........ ดวงหน้าหวานเย้ายวนถูกพลิกกลับมาเผชิญสู้กับสายตาคม รับกดจูบแรงๆที่ริมฝีปาก แล้วค่อยๆอ่อนโยนปลอบประโลมทีละเล็กละน้อย เนิ่นนาน......จนแผลเก่าจากฟันซี่เล็กที่ขบกัดเริ่มปริ มีเลือดแดงสดรินเลอะขอบปากน้อยๆ ก่อนจะถูกปลายลิ้นจากร่างเล็กเช็ดเอารสขมปร่าออกเบาๆ น่าเอ็นดูจนคิบอมต้องตบรางวัลด้วยการสูดกลิ่นหอมที่แก้มเรื่ออย่างห้ามใจไม่อยู่

อื้อออออ.....มะ....ไม่เอา.....ไม่หอมแก้ม.....จูบ...นะ.....คิบอม.....จูบ น้ำเสียงหวานออดอ้อน แทรกริมฝีปากตัวเองบดเบียดกับปากของร่างสูง กดท้ายทอยขยุ้มกลุ่มผมดำขลับแรงๆ บีบให้คิบอมจนมุมบ้าง!

ดองเฮ.....ขยับสะโพกอีกนิดสิ

อือ....อ๊ะ!!” เอวบางขยับเบาๆตามคำสั่ง จนหยาดเหงื่อผุดระบายความร้อนรุ่ม อาบผิวขาวจนแดงก่ำ รับสัมผัสของรสหวานนุ่มลิ้นจากปากของคิบอม แผงอกบางกระเพื่อมแรงๆตามเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วรัว โอบรอบคอของอีกคนเอาไว้แน่น หวาดกลัวว่าร่างกายแข็งแกร่งตรงหน้าจะเลือนหายไปกับห้วงเวลาที่ผ่านเลย

อื้อออ.......ร้อน.......เปิดกระจกที.....คิบอม แก้มเนียนคลอเคลีอที่ใบหูนิ่ม รบเร้าจะจับมือใหญ่ให้เอื้อมไปกดปุ่มเปิดกระจกรถ ทว่าเอวบางกลับถูกดันให้เขยื้อนกายไปอยู่ที่เบาะหน้าคนขับ นอนราบลงรับจูบจากริมฝีปากอุ่น คิบอมยอมครำมือไปควานหาปุ่มกดเปิดกระจกรถออก เพียงเพื่อจะให้อากาศเย็นพัดเข้ามาดับความร้อนรุ่ม แต่ก็ยังไม่ยอมถอนจูบจากร่างข้างใต้ กลับยิ่งออกแรงบีบศีรษะเล็กเข้าหาตัว 

ยะ......อย่ากด....ขา....สิ.....เจ็บเสียงหวานโอดครวญ เมื่อลำขายาวๆกดทับเรียวขาขาวเอาไว้ ดองเฮผลักอกกว้างออกน้อยๆ ด้วยมือที่สั่นเทา อวดผิวขาวกระจ่างในเงามืดสลัว ที่มีเพียงสายตาคมกล้าเพียงคู่เดียวที่มองเห็น

อือออออ....ขอโทษ ผมขอโทษ ไม่ต้องเกร็งนะ คิบอมลากปลายนิ้วสัมผัสเบาๆที่ช่องท้องแบนราบ หัวเราะในลำคอเมื่อร่างบางหลับตา หอบกระเส่าอยู่ตรงหน้าอย่างคนหมดแรง

จูบหน่อย......หนาว เรือนกายบอบบางสะท้านไหว แยกประสาทสัมผัสของร่างกายไม่ออกเสียด้วยซ้ำ เมื่อครู่ยังบ่นออดอ้อนอยู่เลยว่าร้อน พอถอนริมฝีปากออกก็บอกว่าหนาว ยิ่งทำให้คิบอมนึกอยากจะแกล้งคนเอาแต่ใจเข้าไปอีก

ไม่เห็นเอาใจผมบ้างเลย......แบบนี้ก็แย่นะดองเฮ

อะ....เอาอะไรล่ะ....ไม่บอกแล้วจะรู้เหรอ... ดวงหน้าสวยหวานค้อนน้อยๆพองาม ส่งแววตาเว้าวอนมาให้ แทบจะละลายหัวใจคิบอมจนหมดสิ้น ปลายนิ้วร้อนรุ่มไล้โครงหน้าคมระเรื่อยลงมาจนถึงแผงอกกว้าง สั่นเบาๆเหมือนลูกนก ยั่วให้ร่างสูงต้องบีบเกร็งมือใหญ่เอาไว้ ก่อนจะรวบนิ้วเรียวเล็กมาสัมผัสกับริมฝีปากร้อนของตัวเองอย่างโหยหา

ผม......รัก......ดองเฮ.....นะ น้ำเสียงนุ่มเจือความอ่อนหวานอ่อนโยนเอาใจร่างบาง เรียกสติอันหลุดลอยของดองเฮให้ตื่นจากภวังค์ หยาดน้ำจากตาคู่สวยรินอาบผิวแก้มสีจัดจนชุ่ม เป็นฝ่ายเปลี่ยนมารวบมือคิบอมเอาไว้บ้าง ดึงเข้ามาแนบกับอก ก่อนที่ริมฝีปากบางจะจรดทาบลงไปแรงๆ ย้ำรอยจูบที่นิ้วของร่างสูงแทนคำพูดจา 

อย่าร้องไห้สิครับคนดี......ไม่ดีใจเหรอที่ผมบอกรัก

................... ใบหน้าเรียวเล็กส่ายไปมาเบาๆ ขณะที่คิบอมก็ใช้มือซับน้ำตาที่เลอะขอบแก้มเนียน ลำแขนผอมบางยกขึ้นโอบรอบคอคนปลอบ โน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆให้สันจมูกเรียวสัมผัสกับใบหูของอีกฝ่าย กระซิบสรรพเสียงบางเบา........แต่ชัดเจนในหูของคิบอม.....ทุกถ้อยคำ

ขอบคุณนะ.......ฉัน.....ก็.....รัก.....นาย.....เหมือนกัน ปากบางสีจัดแย้มรอยยิ้มอ่อนๆ กอดคอร่างสูงเอาไว้แน่น ปล่อยให้มือหนาๆโอบเอวบาง สอดกายลงนั่งบนตักคิบอม ส่งดวงตาโตออดอ้อน เย้ายวนจนเรียวปากร้อนต้องตวัดกลบกลีบปากบางอีกครั้ง เร่งเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่าน ขับสีแดงอ่อนขึ้นมาแต้มผิวขาวนวลจนน่าหลงใหล

อื้ออออ......... แรงขยับกายเริ่มดันสะโพกบางซ้ำแล้วซ้ำเล่า กดกอดแนบแน่นให้ผิวร้อนชุ่มเปรอะไปด้วยหยาดเหงื่อ ปลายเล็บแหลมคมก็ฝังเนื้อกร้านๆ ย้ำรอยเดิมให้เข้มขึ้น พร้อมๆกับสร้างรอยใหม่ หากแต่ริมฝีปากของร่างสูงกลับคลี่ยิ้มกว้าง ยินดีเหลือล้นกับถ้อยคำพูดตอบรับของ........คนรัก!

เรียวคิ้วงามขมวดมุ่น นึกขัดใจกับวิธีการบอกรักของคนตรงหน้า ที่ไม่ว่าจะประเมินยังไงก็ได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง เอาเปรียบกันทุกกรณี ปากบางเม้มแน่น ส่งสายตาดุๆตอกย้ำความไม่พอใจให้คิบอมรับรู้ ทว่าริมฝีปากร้อนผ่าวนั้นกลับกดปัดแก้มนวลเพียงแผ่วเบา งอนง้อขอโทษให้อีกคนหายขุ่นเคืองใจ

ไหนบอกว่ารักเหมือนกันไง......ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วยล่ะ?นิ้วยาวสัมผัสผมนุ่มระต้นคออย่างอ่อนโยน เอ่ยปากถามสาเหตุที่ทำให้ดองเฮเคลือบแคลงใจ ดวงหน้าหวานแดงก่ำ ย่นจมูกน้อยๆ ก่อนจะโน้มหน้าผากลงไปกระแทกกับสันจมูกโด่ง ให้ดวงตาวิบวับส่องประกายสะท้อนแววใกล้ๆตาคม

ก็นาย......ไม่เคยบอกรักฉันมาก่อนนี่นา......จู่ๆก็มาบอกปุบปับเอาแบบนี้......แถมยัง....

ดองเฮ....น่ารัก......ผมทนไม่ไหว ก็เลยรวบรัดตัดตอนไปนิด อย่าโกรธเลยนะคนดี คิบอมคนนี้.....ยินดีรับผิดทุกข้อกล่าวหาเลย รอยยิ้มเย้าผุดขึ้นที่ริมฝีปาก กุมมือน้อยมารับจูบแผ่วเบา ออดอ้อนจนคนฟังต้องยอมแพ้ เสี้ยวหน้าหวานคลายปมขมวดคิ้วออก ยิ้มตอบร่างสูงเขินอาย แก้มขาวแดงจัดจนน่าจับมาจูบอีกซักรอบ สะกดดวงตาคมกล้าให้จ้องมอง

มองอยู่ได้!.....จะจูบก็จูบสิ รอนานแล้วนะ!” น้ำเสียงดุส่งค้อนวงใหญ่กระแทกความรู้สึกนึกคิดของคิบอม ดักทางอย่างรู้ทัน หนำซ้ำยังเปิดโอกาสเชื้อเชิญให้ตอบสนองซะอีก แล้วแบบนี้คนรักหมาดๆจะกล้าทำให้ผิดหวังได้ยังไงล่ะครับ!

อื้อออออออ....... มือเล็กเป็นฝ่ายกดใบหน้าคมคายให้แนบชิด แทรกเรียวลิ้นเข้าไปกอดเกี่ยว เล่นเอาร่างสูงต้องเป็นฝ่ายครางร่ำแทนบ้าง กดดวงหน้าใสบดเบียดอย่างไม่มีใครยอมใคร นาน.....เนิ่นนาน......จนแรงหอบสั่งแผงอกบางให้กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงกายแทบไม่ทัน เร้าผิวขาวสะอาดให้แดงก่ำจนน่ามอง ก่อนที่มือใหญ่จะกดเกนเอวบางลงกระเทียบกับผิวเบาะรถอีกครั้ง ลูบผมสีน้ำตาลอ่อนที่อาบชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างปลอบประโลม

อา......... ริมฝีปากเรียวเล็กเผยอน้อยๆ ปล่อยลมหายใจอุ่นๆออกมาระบายความร้อนรุ่ม ทันทีที่ได้รับอิสระจากอีกคน เรือนร่างผอมบางถูกรวบกอดเอาไว้หลวมๆ เพียงเพื่อให้ผิวเนื้อได้สัมผัสกัน ดวงตาคู่งามหายวับเข้าสู้ห้วงนิทรา อ่อนล้าจนแผ่นหลังเนียนสั่นสะท้าน คิบอมไม่ได้เอ่ยปากกล่าวถ้อยคำใด หากเพียงแต่จุมพิตที่หน้าผากนวล เก็บกลืนเอาความเหนื่อยล้าจากร่างในอ้อมกอด.......ให้มากที่สุด........เท่านั้นเอง


..............................................................................................................................................


ความเงียบงันเข้าครอบคลุมบริเวณบ้าน ดวงตาวาวกวาดสายตามองหน้าสมาชิกทุกคนในห้องกว้าง ทั้งหมดสบตากันราวกับต้องการหยั่งเชิงความรู้สึกนึกคิดข้างในของแต่ละฝ่าย ส่งคำถามผ่านแววตาเครียดเคร่งให้กันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเสียงประตูบานใหญ่ดังขึ้น ส่งให้ร่างบอบบางเดินฝ่ากลุ่มสายตาทักท้วงเข้ามาในบ้าน ยิ่งเพิ่มความสนใจให้พุ่งเข้ามาที่ใบหน้าเรียวสวยนั้นเป็นเท่าตัว

...........ฮีซอล................นายบอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้นะว่าเจ้าคิบอมกับดองเฮมันหายไปไหน?!?” คนถูกทักถามหันมาสบตาร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางบ้าน ราวกับจะผนึกกำลังช้างสานเข้ามาทำลายคำพูดของร่างบาง คิ้วเข้มๆของคังอินขมวดหนักเข้าไปอีกทันทีที่ได้ฟังคำตอบ

ธุระไม่ใช่.....ใครจะไปรู้

อ้าว!!.....ก็พวกนายอยู่บ้านกันสามคน ตอนที่พวกเราออกไปทำงาน แล้วจะไม่รู้ได้ยังไง? ซีวอนโพล่งเสียงหลง เล่นเอาฮีซอลต้องถลึงตาตอบให้ใบหน้าหล่อๆหงอไปทันที

ก็มึงไม่ใช่เหรอที่เสนอข้อสันนิษฐานว่าเขาออกไปแอ้มกันข้างนอก!!” ฮยอกแจตบกะโหลกคุณชายเรียกเอาความจำ เมื่อครั้งไปเจอรถคิบอมที่ข้างทางเข้าเต็มแรง ส่งให้ดวงตาอีกนับหลายคู่เบิกค้าง ราวกับไข่ห่านก็ไม่ปาน

โธ่......แล้วทำไมถึงไม่บอก ฉันกับคังอินก็ไปเจอรถเจ้านั่นอยู่ข้างนอกเหมือนกัน คิดว่าเสียเลยโทรตาม พอสายติดมันรับ ดันเป็นเสียง.......

เสียงอะไร!?!!” 

เสียงครางน่ะ นี่ๆ.....ฉันได้ยินกับหูเลยนะทุกคนคังอินโพล่งตอบอย่างภาคภูมิ ทำเอาลีทึกคนงามต้องบิดหูแรงๆไปยก ให้เสียงช้างตกมันต้องออกอาการร้องโอดโอยให้ลั่นบ้าน

ถ้างั้นก็แปลว่า!!!”

มีอะไรกันเหรอครับทุกคน? เสียงนุ่มทุ้มของคยูฮยอนเอ่ยปากถามทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้าน วางถุงกระดาษกับของกินที่หอบหิ้วพะรุงพะรังไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันกลับมาเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามอีกรอบ แต่ก็ไม่มีใครตอบ

ฮีซอลครับ....ผมเจอรถที่ข้างทางด้วยล่ะ มันคุ้นๆยังไงไม่รู้ไอ้ป้ายทะเบียนน่ะ แต่ผมนึกยังไงก็นึกไม่ออกทุกคนในบ้านแยกย้ายกันกลับไปนั่งที่ของตัวเอง เบื่อที่จะต้องฟังคำพูดของคยูฮยอน เพราะถึงยังไงก็เดาออกอยู่ดีว่ารถคันนั้นน่ะมันรถของใคร

มีผีด้วยนะฮะ!” ซองมินว่าเสียงหลง กอดอกสั่นน้อยๆ ทว่าเหล่ากองสอดแนมทั้งหลายในบ้างต่างพากันกุลีกุจอลุกวิ่งเข้ามาถามคำถามที่ยังค้างคากับร่างเล็ก

ผีเหรอ?!? มีผีด้วยเหรอ มันเป็นยังไง!!”

ใช่ๆ!! เป็นยังไง ไหนลองเล่าซิซองมิน

พวกเราก็เห็นรถคันนั้นเหมือนกัน!!”

รถเจ้าคิบอมมันน่ะ!!” ลีทึกตบกะโหลกคังอินเป็นฉาดที่สองของวัน เล่นเอาปากโป้งๆไม่กล้าเผยออ้าพูดอะไรอีก ได้แต่ก้มหน้างุดๆอยู่กับไหล่อบอบบางของคนรัก แม้แต่จะแหกปากร้องโอดโอยยังไม่กล้า

รถมันโยก........แล้วก็ได้ยินเสียง......... คยูฮยอนมองเสี้ยวหน้าหวานๆอย่างงุนงง ในขณะที่ฮีซอลปลีกตัวเดินไปเข้าครัวกับฮันคยองและซินดองสามคน ไม่อยากอยู่ให้ไอ้พวกสอดรู้สอดเห็นถามนั่นถามนี่ให้มากความ ส่วนเรียววุคกับเยซองก็นั่งๆนอนๆเกลือกกลิ้งไปมาบนโซฟานุ่ม ป้อนขนมนมเนยส่งเข้าปากกันอยู่ไม่ขาด

เสียงอะไร.....เหมือนที่คังอินได้ยินมั้ย?

แล้วคังอินได้ยินเสียงอะไรเหรอฮะ? ซองมินถามตาแป๋ว จ้องหน้าคังอินที่มุดหัวไม่กล้าปริปาก จนลีทึกต้องเป็นฝ่ายตอบแทน

เสียงคราง.....เอ่อ.......เวลาที่.....

ฮะ.....เสียงนั้นแหละ

งั้นก็หมายความว่า.......ไอ้คิบอมมัน......!!!!”

โอ้วววววว!!.......ม่ายยยย!!!...... SEX IN CAR !!”


........................................................................................................................................



วรกรรม...............กว่าจะตรัสรู้นะพวกแก................ = =”


คิ
บอมมันสำเร็จไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!!!!!




THE END